รัฐเล็งสร้างเมืองอัจฉริยะเพิ่มอีก 15 เมือง หลังจากปีที่แล้ว มีเมืองที่ผ่านการรับรอง กว่า 30 แห่งทั่วประเทศ
รัฐบาลส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City อย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้า ปี 2566 สร้างเพิ่มอีก 15 แห่ง
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่าในช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2564-2565) มีเมืองที่ผ่านการรับรองตราสัญลักษณ์เป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) แล้วกว่า 30 แห่ง ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
ทั้งนี้ การพัฒนาเมืองอัจฉริยะถือเป็นหมุดหมายสำคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการและการบริหารจัดการเมือง โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายและการใช้ทรัพยากร เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
โดยเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรียังได้เป็นประธานในพิธีมอบตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะประเทศไทยประจำปี 2565 แก่ผู้พัฒนาเมืองที่ได้รับการประกาศรับรองเป็นพื้นที่เมืองอัจฉริยะ (Smart City) จำนวน 15 เมือง ซึ่งได้รับการประเมินว่าจะช่วยให้เกิดการลงทุนเพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่จากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมูลค่ารวมกว่า 15,000 ล้านบาท
ในปี 2566 รัฐบาลและสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีป้า (depa) มีแผนตั้งเป้าเพิ่มเมืองอัจฉริยะอีก 15 แห่ง เช่น ในพื้นที่บ้านฉาง จ.ชลบุรี และพื้นที่เทศบาลในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ รวมถึงบางพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะทำให้มีเมืองอัจฉริยะเพิ่มขึ้นเป็น 45 แห่ง
การพิจารณาเมืองอัจฉริยะมีหลายลักษณะ ได้แก่ 1.สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) 2. การเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) 3. การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) 4. พลเมืองอัจฉริยะ (Smart People) 5.พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) 6. เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) และ 7. การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance) โดยเมืองอัจฉริยะยังได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี รวมถึงได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนพัฒนาทั้งพื้นที่ ระบบ และนิคมหรือเขตอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะอีกด้วย
#TheStructureNews
#เมืองอัจฉริยะ #SmartCity
ทรัมป์หนีไปตีกอล์ฟ ไม่ร่วมเจรจาภาษีกับญี่ปุ่น ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ เผยสาเหตุที่สหรัฐเลื่อนการเจรจากับไทย และข้อเสนอที่สหรัฐต้องการจากไทย
อัปเกรด ‘บัตรทองพรีเมียม’ ดูแลสุขภาพคนไทย เป็นโรคร้ายไม่ต้องจ่ายสักบาท เล็งแก้กฎหมายขยายไปสู่สิทธิอื่นๆ นอกเหนือจากสิทธิบัตรทองด้วย
“AI ไม่ได้แค่เปลี่ยนวิธีการทำงาน แต่ยังสามารถช่วยปฏิรูประบบเศรษฐกิจทั้งระบบ เพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ และขับเคลื่อนธรรมาภิบาลในการใช้เทคโนโลยี”
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
อดีตวิศวกรโครงการ ระดับผู้จัดการ จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล จาก พระจอมเกล้าธนบุรี และ โท ด้าน Advanced Manufacturing Engineering จาก University of South Australia มีความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง และสวัสดิการสังคม