จุรินทร์ไฟเขียว ประกันรายได้ปาล์มปีที่ 4 ที่ กก.ละ 4 บาท เริ่ม 15 ก.ย.นี้
“จุรินทร์” ไฟเขียวประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์ม ปี 4 คงเงื่อนไขเดิม ประกันรายได้กิโลกรัมละ 4 บาท จ่ายงวดแรก 15 ก.ย.นี้ พร้อมเห็นชอบมาตรการเสริม สนับสนุนการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ และเตรียมดันปรับ B5 เป็น B7
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มด้านการตลาด ว่า ที่ประชุมได้มีมติ เห็นชอบให้มีการดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ปีที่ 4 โดยหลักเกณฑ์เหมือนกับ 3 ปีที่ผ่านมาทุกประการ
โดยประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 4 บาท ครอบครัวละไม่เกิน 25 ไร่ และผลปาล์มต้องอายุ 3 ปีขึ้นไป กำหนดจำนวนเกษตรกรไว้ 3.8 แสนครอบครัว จะมีการจ่ายเงินส่วนต่าง 12 งวด ถ้าราคาปาล์มในตลาดต่ำกว่ากิโลกรัมละ 4 บาท โดยจะกำหนดราคาอ้างอิงทุก 30 วัน เริ่มจ่ายส่วนต่างงวดแรกวันที่ 15 ก.ย.2565 -15 ส.ค.2566 วงเงินที่เตรียมไว้สำหรับการจ่ายเงินส่วนต่างปาล์ม 6,128 ล้านบาท
ทั้งนี้ ยังได้เห็นชอบมาตรการคู่ขนาน โดยจะสนับสนุนการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบกิโลกรัมละ 2 บาท ถ้าเข้าเงื่อนไข 2 ข้อ คือ
1.สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศล้นจนสูงเกินกว่า 300,000 ตัน
2.ราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศสูงกว่าราคาในตลาดโลก จะช่วยผู้ส่งออกกิโลกรัมละ 2 บาท จะดำเนินการจนถึงเดือนก.ย.2566 ตั้งวงเงินไว้ 309 ล้านบาท รวม 2 โครงการนี้ ประกันรายได้ปาล์มปี 4 และมาตรการเสริม 6,437 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการมีความเป็นห่วงและขอเตือนไปยังเกษตรกรที่สนใจจะปลูกปาล์มใหม่ ให้ระมัดระวังในเรื่องต้นกล้าปาล์มปลอม ซึ่งมีระบาดในหลายพื้นที่ โดยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะที่เป็นประธานกรรมการในระดับจังหวัด ให้เร่งประชาสัมพันธ์ในทุกจังหวัดที่มีการปลูกปาล์ม เข้มงวดกวดขันในเรื่องนี้ ทำให้เครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่ ๆ รับผิดชอบรับทราบ และเรียนให้เกษตรกรผู้สนใจที่จะปลูกปาล์มใหม่ ถ้าต้องการตรวจสอบว่าต้นกล้าเป็นพันธุ์ที่แท้จริง ให้ใช้บริการกรมวิชาการเกษตร ซึ่งจะมีประจำทุกสำนักงานเกษตรอำเภอทั่วประเทศ จำนวน 882 ศูนย์ เพื่อได้รับความมั่นใจว่าเป็นพันธุ์ปาล์มที่ถูกต้อง
กรณีที่พบเบาะแสว่ามีการจำหน่ายพันธุ์ปาล์มปลอม ให้ช่วยแจ้งที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 เพื่อจะได้ลงไปดำเนินคดีหรือตรวจสอบต่อไปได้
โดยระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ดำเนินคดีไปแล้ว 2 ราย สำหรับผู้ขายต้นกล้าปาล์มปลอม จำนวน 42,800 ต้น มูลค่ารวม 7 ล้านบาท ที่จังหวัดกระบี่ โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขอเตือนผู้ที่กระทำการนี้และอย่าคิดทำ เพราะไม่คุ้ม
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมมีความเห็นว่าควรได้มีการปรับปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มในประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาราคาปาล์มที่ปรับลดลงมาขณะนี้ด้วยการปรับจาก B5 เป็น B7 ซึ่งจะนำเสนอตามขั้นตอนกระบวนการต่อไปสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) และได้มีการสั่งการให้เข้มงวดเรื่องมาตรฐานการรับซื้อผลปาล์มดิบจากเกษตรกร ให้เจ้าหน้าที่ตรวจเครื่องชั่งอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งห้ามลานเทใช้ตะแกรงร่อนลูกร่วง และเข้มงวดการจดทะเบียนลานเท และขอให้รับซื้อเฉพาะผลปาล์มสุกเพื่อจะได้ผลปาล์มที่มีคุณภาพทำให้เกษตรกรช่วยสนับสนุนการตัดผลปาล์มที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบต่อไปได้ด้วย
“ราคาผลปาล์มปรับลดลงมา ส่วนหนึ่งเพราะราคาน้ำมันปาล์มดิบโลกปรับลดลงมาเยอะ ตลาดมาเลเซียซึ่งเป็นตลาดกลางใหญ่ของโลก ราคาปรับลดลงมาถึง 17% ที่ประชุมเห็นชอบควรช่วยส่งเสริมราคาปาล์มให้ปรับสูงขึ้นอีกระดับหนึ่ง โดยเสนอให้ทำไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 และเร่งรัดสนับสนุนการส่งออกน้ำมันปาล์มของไทยไปสู่ตลาดโลกมากขึ้น” นายจุรินทร์กล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามสถานการณ์ผลผลิตในประเทศของปี 2565 พบว่า ปริมาณผลปาล์มเพิ่มขึ้น 4% สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศช่วงปลายเดือน ส.ค.2565 อยู่ที่ 2.6 แสนตัน เพิ่มขึ้น 27% เทียบกับตอนสิ้นเดือน ก.ค.2565 การส่งออกน้ำมันปาล์มดิบของไทย ตั้งแต่ ม.ค.-ส.ค.2565 ปริมาณ 6.3 แสนตัน เพิ่มขึ้น 97% คู่แข่งสำคัญในตลาดส่งออก คือ อินโดนีเซีย ขณะนี้เลิกห้ามการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบแล้ว และเร่งรัดการส่งออกด้วยการยกเลิกภาษีการส่งออก ตั้งแต่ 18 ก.ค.-31 ต.ค.2565 ซึ่งมีผลกระทบต่อการแข่งขันการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบของไทยด้วย ทำให้ตัวเลขการส่งออกในเดือน ส.ค.2565 ลดลงมาประมาณหนึ่งเท่าตัว และเดือน ก.ย.2565 ลดลงมาประมาณหนึ่งเท่าตัวเช่นเดียวกัน
ฟรีวีซ่าได้ผล นักท่องเที่ยวจีนเพิ่ม 113% ทอท. ทำกำไร 6 เดือน 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 370%
‘เพื่อไทย’ ชื่นชม ‘บิ๊กป้อม’ ชี้ทำงานแบบเข้าใจ-เข้าถึงประชาชน เห็นชัดว่าเหมาะสมเป็นนายกกว่าบิ๊กตู่
“หยุดเอาใจอียูและสหรัฐฯ ได้แล้ว” ชาวเช็กหลายหมื่นคนประท้วงต่อต้านรัฐบาล เหตุราคาพลังงานพุ่งสูง ชี้ต้องหยุดคว่ำบาตรรัสเซีย
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
อดีตวิศวกรโครงการ ระดับผู้จัดการ จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล จาก พระจอมเกล้าธนบุรี และ โท ด้าน Advanced Manufacturing Engineering จาก University of South Australia มีความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง และสวัสดิการสังคม