“ตอน (คุณเศรษฐา) อยู่หลังฉาก พารัฐบาลยิ่งลักษณ์ แพ้อย่างราบคาบ กระทั่งท้ายที่สุด ต้องไปจับมือร่วมกับการรัฐประหาร แต่เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากจะฟังในซีกนั้น แล้วก็ไม่กล้าที่จะตอบคำถามด้วย” – นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำ นปช 9 พ.ค. 66
จากกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวเมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า “ผมเดินทางมาเนี่ย 60 วัน ไข้ขึ้นมาทุกวันเป็นเวลา 11 วันแล้ว เหนื่อยยากขนาดนี้ ผมไม่เอากระทรวงดี ๆ ไปให้พวกแม่งหรอก”
นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำ นปช. คนเสื้อแดง ได้กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน “เสี่ยงสูง” ออกอากาศวันที่ 9 พ.ค. โดยกล่าวว่า ผมติดตามเรื่องการเมืองอยู่ มีคนเดียวที่พูดเรื่องกระทรวงมีคนเดียว คือคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
จากนั้นกล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดของคนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีคือภาวะผู้นำ ต้องให้เกียรติพรรคร่วม คำพูดใหญ่โตของคุณเศรษฐา สามารถหาศัตรูได้อย่างรวดเร็ว ได้สะท้อนถึงแก่นถึงจิตใจ ประเทศนี้ไม่ใช่ของคุณเศรษฐา หรือของคนในตระกูลใดตระกูลหนึ่ง ที่จะแสดงความเป็นเจ้าของ
มุมมองว่ากระทรวงไหนเป็นกระทรวงที่ดี ขึ้นอยู่กับมุมมองนั้น ๆ โดยยกตัวอย่างกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งในรัฐบาลอื่น ๆ นั้นมองว่าเป็นกระทรวงสุดท้ายที่จะเลือก แต่ว่าในรัฐบาลจอมพล ป. นั้นตัวจอมพล ป. เองเป็นนายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
สำหรับคำพูดด้วยถ้อยคำรุนแรงแบบนี้ แม้กระทั่งในพวกเผด็จการ พวกถือปืนทั้งหลาย ยังไม่พูดในลักษณะนี้ เขาหลีกเลี่ยงใช้ภาษาในการตอบสื่อมวลชน โดยเฉพาะการมีนายกรัฐมนตรีที่เรียกพรรคอื่นว่า “พวกแม่ง” มันจะจัดตั้งรัฐบาลกันได้อย่างไร ?
นายจตุพรกล่าวอีกว่า คุณเศรษฐาคงคิดว่าตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่ตัวเองยังไม่ได้เป็นอะไร เคยแต่อยู่หลังฉาก
“ลองไปทบทวนว่าตอนที่อยู่หลังฉากเนี่ย พารัฐบาลยิ่งลักษณ์เข้าไปสู่สถานการณ์ไหน จนกระทั่งต้องแพ้อย่างราบคาบ จนกระทั่งว่าท้ายที่สุดนั้น คนที่มีอำนาจสูงสุดก็ต้องไปจับมือร่วมกับการรัฐประหาร แต่เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากจะฟังในซีกนั้น แล้วก็ไม่กล้าที่จะตอบคำถามด้วย”