ห่วงโซ่คุณค่า EV ของกลุ่ม ปตท.
ภายใต้ภาวะโลกร้อนที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ความสนใจของโลกทั้งใบหันมาใส่ใจในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น แนวคิดใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานสะอาดจึงเป็นสนใจ และได้รับการสนับสนุน ซึ่งนี่รวมไปถึงแนวทางการส่งเสริมของสหประชาชาติ และรัฐบาลไทย
.
กลุ่มบริษัท ปตท. ในฐานะผู้ให้บริการพลังงานรายใหญ่ของประเทศที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมเองก็สนใจในธุรกิจพลังงานสะอาด ปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์องค์กรเป็น “Powering Life with Future and Beyond ขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังงานแห่งอนาคต” มุ่งสู่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร ต่อยอดนวัตกรรมและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงาน สนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคนในสังคม และรักษาฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมสิ่งแวดล้อมให้เติบโตอย่างยังยืน ตามกระแส การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, Governance; ESG)
.
อย่างไรก็ตาม ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่ได้มีแต่เพียงแค่ยานยนต์ แต่ยังหมายถึงตั้งแต่ การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และแบตเตอรี่, การจัดจำหน่าย และสถานีชาร์จไฟ ทั้งหมดนี้รวมกันเป็น ห่วงโซ่คุณค่าของยานยนต์ไฟฟ้า (Value Chain of Electric Vehicle) บทความนี้จะพาคุณไปดูว่า กลุ่มบริษัท ปตท. ลงทุนอะไรในห่วงโซ่ EV
.
เริ่มต้นที่การผลิตต้นน้ำ PTT Global Chemical (GC) และ IRPC กลุ่มธุรกิจ Smart Material ผู้จัดจำหน่ายเมล็ดพลาสติก เพื่อเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในหลายอุตสาหกรรม ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมยานยนต์ไปจนอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันอีกด้วย
.
สำหรับการผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้า บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) และนูออโว พลัส (Nuovo Plus) เป็นผู้พัฒนานวัตกรรมแบตเตอรี่ป้อนตลาด EV ทั้งในประเทศไทย และทั้งภูมิภาค อีกทั้งผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่ ยังมีนวัตกรรมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (Lithium Iron Phosphate Battery) (ภายใต้ยี่ห้อ G-Cell) ซึ่งใช้เทคโนโลยีกึ่งแข็ง (Semi Solid Technology) แห่งแรกของภูมิภาคอาเซียน มีจุดเด่นที่มีความปลอดภัยสูง มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากกว่า ใช้งานได้หลากหลาย รีไซเคิลได้ง่ายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
.
ในธุรกิจประกอบยานยนต์ไฟฟ้า บริษัท ฮอริษอน พลัส ผู้ผลิตและประกอบรถยนต์ไฟฟ้าครบวงจร พร้อมเทคโนโลยี HIM Platform หรือ Open EV Platform ซึ่งเป็นโครงช่วงล่างของรถยนต์ฟ้าที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับแต่งให้เข้ากับรถยนต์ได้หลายประเภท อีกทั้งยังทุ่นค่าใช้จ่ายในการผลิตและการพัฒนารถแต่ละรุ่นได้ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของรถ EV ที่มีประสิทธิภาพสูงในราคาที่จับต้องได้
ด้านการจัดจำหน่าย แพลตฟอร์ม อีวี มี (EVme) แพลตฟอร์มดิจิทัลสมัยใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของ EV แบบครบวงจรได้ง่าย ๆ ผ่านการสัมผัสด้วยปลายนิ้ว เป็นบริการในรูปแบบเหมาจ่ายรายเดือน (Subscription Business Model) ซึ่งผู้ใช้บริการ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน EVme ผ่านโทรศัพท์มือถือ ลงทะเบียนแล้วเลือกรถรุ่นที่คุณต้องการ แล้วรอรับรถที่หน้าบ้านตัวเอง ดีต่อใจสำหรับผู้ใช้รถที่ชื่นชอบความแปลกใหม่ ให้คุณสามารถเปลี่ยนรถที่อยากลองได้เรื่อย ๆ
.
สำหรับการชาร์จไฟฟ้า บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ทำหน้าที่พัฒนาสถานีชาร์จไฟในสถานีบริการน้ำมันของ ปตท. และบริษัท ออน-ไออน (On-Ion) ขยายเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้าตาม ศูนย์การค้า โรงแรม อาคารสำนักงาน ร้านอาหาร ฯ ให้มีความพร้อมและครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ รองรับรถยนต์แบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-In Hybridge Electric Vehicle; HPEV) และ แบบแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อที่ใช้ปลั๊กแบบ Type 2 พร้อมบริการจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน On-Ion และบริการติดตั้งที่ชาร์จที่บ้านพักอาศัยของผู้เข้ารับบริการ
.
อีกทั้งยังมีบริการสลับแบตเตอรี่ โดยบริษัท สวอพ แอนด์ โก (Swap & Go) ให้บริการสลับแบตเตอรี่สำหรับจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบไม่ต้องรอชาร์จ ตอบโจทย์การใช้งานในทุกไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์ในธุรกิจเดลิเวอร์รี่ ด้วยคุณลักษณะพิเศษด้านความรวดเร็ว สามารถสลับแบตเตอรี่ได้ด้วยตัวเองภายใน 3 นาที ใช้งานง่ายด้วยแอปพลิเคชัน Swap & Go
.
ในส่วนของการดูแลรักษา ศูนย์บริการ FIT Auto ในเครือ ปตท. พร้อมให้บริการดูแลรถยนต์ EV ให้ผู้ใช้สามารถอุ่นใจได้ตลอดอายุการใช้งาน
.
และที่ขาดไม่ได้เลยคือ บริษัท อรุณ พลัส แกนหลักสำคัญในการขับเคลื่อนสภาพแวดล้อมของห่วงโซ่คุณค่า EV ของทั้ง ปตท. และประเทศไทยอย่างครบวงจร ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานการลงทุนกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงบริการหลังการซื้อของผู้บริโภค รวมถึงการร่วมลงทุนกับธุรกิจพันธมิตรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยพัฒนาการใช้รถ EV ในประเทศไทยให้เติบโตแพร่หลายอย่างมั่นคง ขับเคลื่อนพัฒนาประเทศไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคตของภูมิภาคอาเซียนต่อไปในอนาคต
.
สำหรับลมใต้ปีกของการพัฒนาประเทศไทยไปสู่สังคม EV คือนโยบายการส่งเสริมจากรัฐบาล ทั้งจากยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, 3 แกนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ และนโยบาย 30@30 ที่มีส่วนในการส่งเสริม จูงใจให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรม และการใช้งาน EV ตลอดจนกระแสความตื่นตัวในการรักษาสิ่งแวดล้อมของคนไทยทุกคน ที่ทำให้ปัจจุบัน ประเทศไทย มียานยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกแล้ว กว่า 3 แสนคัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565)
.
แรงขับเคลื่อนของ 3 ประสาน ราษฎร์-รัฐ-เอกชน ที่ร่วมใจกัน ส่งเสริมการพัฒนา และการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย คือสิ่งที่จะนำพาประเทศไทย ให้กลายเป็นผู้นำที่สำคัญของภูมิภาค ในการสร้างสรรค์สังคมแห่ง EV ที่ยั่งยืน
.
โดย ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
อ้างอิง :
– กลุ่มสถิติการขนส่ง กองแผนงาน กรมการขนส่งทางบก, “รถจดทะเบียน(สะสม)”, https://web.dlt.go.th/statistics/
นโยบายวิภาค ผู้ว่า ฯ กรุงเทพมหานคร EP2: วิเคราะห์นโยบาย กรุงเทพฯ ดีกว่านี้ได้ ของ สกลธี ภัททิยกุล
ทำความเข้าใจถึงมูลเหตุของปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร เพื่อการแสวงหาแนวทางการแก้ไขในอนาคตต่อไป
แนวคิดรัฐนำเศรษฐกิจ ที่ไม่ได้ใหม่ และเคยซ้ำเติมวิกฤตเศรษฐกิจโลกให้รุนแรงยิ่งขึ้น
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
อดีตวิศวกรโครงการ ระดับผู้จัดการ จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล จาก พระจอมเกล้าธนบุรี และ โท ด้าน Advanced Manufacturing Engineering จาก University of South Australia มีความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง และสวัสดิการสังคม