ข่าวดีวงการรักโลก กับการตั้งโรงงานชุบชีวิตพลาสติกรีไซเคิลระดับ Food Grade แห่งแรกของไทย และใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อกล่าวถึงการ “รีไซเคิล” หลายคนคงเข้าใจในหลักการพื้นฐานทั่วไป นั่นก็คือการนำขยะที่ทำมาจากวัสดุต่าง ๆ โดยเฉพาะ พลาสติก เข้าสู่กระบวนการแปรสภาพวัสดุเหล่านั้นให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจไม่ทราบถึงรายละเอียดของกระบวนการเหล่านั้น หรือบางครั้ง อาจจะไม่เข้าใจถึงการให้ความสำคัญกับกระบวนการแรกสุด นั่นก็คือการแยกขยะ จุดนี้จึงนำไปสู่การรีไซเคิลที่ไม่มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญที่สุดคือกลับทำให้การรีไซเคิลมีต้นทุนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับการผลิตและก่อขยะแบบปกติ
.
การแยกขยะเพื่อรีไซเคิลเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่ได้ทำให้เกิดผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยยะ แต่ถ้าเราหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อลดต้นทุนในการรีไซเคิล อาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหานี้ เพราะจะทำให้การรีไซเคิลนั้นเกิดผลลัพธ์ขึ้นจริง และส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมในขั้นต่อมา ซึ่งก้าวหนึ่งที่จะนำไปสู่การลดต้นทุนการรีไซเคิลนั้นก็ได้เกิดขึ้นกับประเทศไทยแล้ว
.
โดยเมื่อเดือนกันยาที่ผ่านมาบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ได้จับมือกับบริษัท แอลพลา จำกัด (ALPLA) สัญชาติออสเตรีย ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกในธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกและพลาสติกรีไซเคิล ร่วมกันเปิดโรงงาน ENVICCO ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ระดับ Food Grade มาตรฐานระดับโลก ซึ่งถือว่าเป็นโรงงานแห่งแรกในไทยและใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
.
มีกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลสูงถึง 45,000 ตัน/ปี
– เม็ดพลาสติก ชนิด rPET จำนวน 30,000 ตัน/ปี
– เม็ดพลาสติก ชนิด rHDPE จำนวน 15,000 ตัน/ปี
– ช่วยลดขยะพลาสติกในประเทศไทย ได้ถึง 60,000 ตัน/ปี
– ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 75,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าการปลูกป่าประมาณ 78,000 ไร่ หรือปลูกต้นไม้ใหญ่กว่า 8.32 ล้านต้น
.
โดยในประเทศไทยนั้น การรีไซเคิลพลาสติกยังถือว่ามีอุปสรรคอยู่มาก โดยเฉพาะในด้านกระบวนการผลิตและต้นทุน ซึ่งมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายที่กำหนดการแยกขยะให้ชัดเจน จึงต้องพึ่งพาการแยกขยะอย่างสมัครใจของประชาชนเป็นหลัก อีกทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปยังทำให้การแยกขยะเป็นไปได้ยาก และไม่สามารถส่งตรงขยะรีไซเคิลเข้าสู่กระบวนการแปรสภาพได้โดยไม่มีต้นทุนหรือมีน้อย การใช้พลาสติกรีไซเคิลนั้นจึงเป็นตัวเลือกที่ยังไม่น่าสนใจสำหรับผู้ผลิต
.
อย่างไรก็ตาม การตั้งโรงงาน ENVICCO เป็นการปฏิวัติการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน ด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจากยุโรป และมีระบบควบคุมคุณภาพตลอดกระบวนการผลิต รวมทั้งผ่านการรับรองโดยองค์การอาหารและยา (Food and Drug Administration; FDA) ของประเทศสหรัฐฯอเมริกา โดยกระบวนการผลิตมีความไหลลื่น มีระบบควบคุมคุณภาพตลอดกระบวนการผลิต และผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูงสม่ำเสมอ
.
ถือว่าเป็นการลงทุนที่เป็นส่วนหนึ่งในแผนกลยุทธ์ระยะยาวของ GC ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่จะทำให้ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ครบสมบูรณ์ และยังช่วยให้เกิดการสร้างงานในชุมชน ตอบโจทย์ BCG Model (Bio-Circular-Green Economy Model) ของประเทศไทย โดย GC ยังมีการริเริ่ม “YOUเทิร์น แพลตฟอร์ม” ระบบบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วแบบครบวงจรด้วยหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ตั้งแต่การรวบรวมและคัดแยกพลาสติกใช้แล้ว การขนส่งเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอีกด้วย
.
จึงถือว่า GC เป็นผู้ส่งเสริมและผู้นำวงการการผลิตพลาสติกให้เปิดรับการรีไซเคิลดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง แม้จะมีต้นทุนกว่าเดิมอยู่บ้าง แต่ก็ถือเป็นการดำเนินการตามหลัก “ขาดทุนคือกำไร” ซึ่งเป็นหลักการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคม โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของประเด็นหนึ่ง ๆ ที่มีผลประโยชน์โดยรวมให้สังคม ในกรณีนี้คือประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม มากกว่าการกำไร-ขาดทุนขององค์กร
.
การเปิดตัวโรงงาน ENVICCO จึงถือว่าเป็นก้าวหนึ่งที่สำคัญของไทยในการมุ่งไปสู่เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ เพื่อให้สามารถส่งต่อโลกที่น่าอยู่ใบนี้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้ด้วยความภาคภูมิใจ “Together to Net Zero”
คำว่า “คนรุ่นเก่า” และ “คนรุ่นใหม่” เป็นแค่มายาคติ ไม่สามารถนำมา “แยก” ความแตกต่างของทัศนคติของคนในสังคมได้เลย
คดีทุจริตในวงราชการที่ผุดเหมือนดอกเห็ด โค้งสุดท้ายที่ท้าทายของคุณประยุทธ์ และ กรณีเยาวชนอดข้าวเพื่อกดดันให้ยกเลิก 112
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
อดีตวิศวกรโครงการ ระดับผู้จัดการ จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล จาก พระจอมเกล้าธนบุรี และ โท ด้าน Advanced Manufacturing Engineering จาก University of South Australia มีความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง และสวัสดิการสังคม