ให้ ‘รัชฎา’ ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมงดจ่ายเงินเดือน คาดการสอบวินัยร้ายแรง
“ปลัด ทส.” เซ็นคำสั่งให้ “รัชฎา” ออกจากราชการไว้ก่อน เผยความคืบหน้าการสอบวินัยร้ายแรง คาดไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว และอาจเกิดความเสียหายแก่ราชการ จึงให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอผลการสอบวินัยต่อไป
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เผยถึงความคืบหน้าการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ถูกจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาจากพฤติการณ์เรียกรับเงินจากเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่า จากรายงานในเบื้องต้น พบว่า ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของข้าราชการ กรมอุทยานฯ และกระทรวงทรัพยากรฯ รวมถึงกระทบต่อความรู้สึก ความเชื่อถือศรัทธาของพี่น้องประชาชน
อีกทั้งการพิจารณาพยานหลักฐานและการสอบสวนพยานบุคคลที่ถูกกล่าวหาอ้างถึง จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการสอบสวนเพื่อให้ครอบคลุมทุกข้อกล่าวหาและทุกประเด็น ซึ่งคาดว่าจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว
ทั้งนี้ เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องร้ายแรง มีผลกระทบต่อชื่อเสียงของหน่วยงาน และความเชื่อมั่นของประชาชนในการบริหารงานของกระทรวงทรัพยากรฯ เป็นอย่างมาก หากจะให้นายรัชฎาอยู่ในหน้าที่ราชการต่อไปอาจเกิดความเสียหายแก่ราชการ ซึ่งเป็นเหตุให้พักงานได้ตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2556 ข้อ 78 (1) ประกอบกับพิจารณาแล้วว่า การสอบสวนในกรณีนี้จะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง มีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดอีกหลายขั้นตอน และมีพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก จึงได้ออกคำสั่งให้นายรัชฎาออกจากราชการไว้ก่อน ตามกฎ ก.พ.ข้อ 83 โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ กล่าวต่อว่า ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง อยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การสรุปผลการสอบสวนวินัยร้ายแรงเป็นไปอย่างยุติธรรม และเกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งการลงนามในคำสั่งให้นายรัชฎา ออกจากราชการไว้ก่อนในครั้งนี้ เป็นไปตามกฎ ก.พ. อีกทั้งเพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบถึงความคืบหน้าของการสอบสวนของกระทรวงทรัพยากรฯ และคลายกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เบื้องต้นนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. ได้เซ็นคำสั่งให้นายรัชฎาออกจากราชการไว้แล้ว ซึ่งการให้ออกจากราชการ คือ ให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ หรือให้หลุดขาดออกจากตำแหน่งที่ดำรงอยู่ในทันที คิดว่าระบบราชการน่าจะงดจ่ายเงินเดือนด้วย
ส่วนความคืบหน้าได้เรียกสอบพยานบุคคลไปแล้วกว่า 50 ปาก ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการต้องอิงข้อกฎหมายเป็นหลัก เมื่อรวบรวมเสร็จสิ้นแล้ว จะเรียกนายรัชฎาให้มารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงในคราวเดียวกัน ส่วนจะเรียกมาเมื่อไหร่นั้นยังไม่สามารถสรุปได้แต่จะพยายามเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด
ทั้งนี้ นายรัชฎาจะหลุดพ้นข้อกล่าวหาหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับคำชี้แจงของนายรัชฎาทั้งหมด และหากคณะกรรมการมีข้อตัดสินเป็นอย่างไร แต่หากนายรัชฎา ไม่เห็นด้วย ก็สามารถอุทธรณ์มติ อ.ก.พ. กระทรวง ไปที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) หรือฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้
#TheStructureNews
#จตุพร บุรุษพัฒน์ #รัชฎาสุริยกุลณอยุธยา
วิวาทะ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม VS อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี แลt รมว. มหาดไทย 4 ก.พ. 2568
ช่วยเหลือคนไทยกลับบ้าน ‘เศรษฐา’ เตรียมคุยนายก ฯ อิสราเอลบ่ายนี้ ด้านทีม ‘วันนอร์’ เจรจากับกลุ่มฮามาส ร้องขอให้ปล่อยตัวประกัน
วิวาทะ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 10 ก.พ. 2568 VS พล.ต.อ. เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย 11 ก.พ. 2568
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
อดีตวิศวกรโครงการ ระดับผู้จัดการ จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล จาก พระจอมเกล้าธนบุรี และ โท ด้าน Advanced Manufacturing Engineering จาก University of South Australia มีความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง และสวัสดิการสังคม