ไบเดนเรียกร้องให้บริษัทน้ำมัน “หยุดการแสวงหากำไรจากสงคราม” พร้อมขู่ใช้มาตรการเก็บภาษีลาภลอย
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ เรียกร้องให้บริษัทน้ำมัน-ก๊าซนำผลกำไรที่สูงเป็นประวัติการณ์ไปใช้ลดค่าน้ำมัน-ก๊าซ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวอเมริกัน และให้เพิ่มกำลังการผลิต พร้อมขู่ว่าถ้าไม่ปฏิบัติตามจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้น
ไบเดน กล่าวก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในสัปดาห์ว่า อุตสาหกรรมน้ำมันยังไม่ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ว่าจะลงทุนในสหรัฐฯ พร้อมๆ กับสนับสนุนชาวอเมริกัน พร้อมประณามว่า อุตสาหกรรมน้ำมันไม่เพียงแค่ได้ผลตอบแทนที่ยุติธรรม แต่กำลังสร้างผลกำไรมหาศาลขณะที่ชาวอเมริกันกำลังเดือดร้อนจากภาวะเงินเฟ้อ
ไบเดน กล่าวต่อว่า “ผลกำไรของพวกเขาเป็นลาภลอยจากสงครามที่กำลังทำลายยูเครน และพวกเขามีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการอะไรสักอย่าง”
“หากบริษัทน้ำมันส่งต่อผลกำไรเหล่านั้นไปสู่ผู้บริโภค ราคาน้ำมันเบนซินอาจลดลงได้ประมาณ 50 เซ็นต์/แกลลอน ซึ่งหากพวกเขาไม่ทำเช่นนั้น พวกเขาจะต้องจ่ายภาษีที่สูงขึ้นสำหรับกำไรส่วนเกิน และต้องเผชิญกับข้อจำกัดอื่นๆ ด้วย โดยทำเนียบขาวจะทำงานร่วมกับสภาคองเกรส เพื่อพิจารณาตัวเลือกดังกล่าว และตัวเลือกอื่นๆ ในการจัดการกับบริษัทน้ำมัน” พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า “ถึงเวลาแล้วที่บริษัทน้ำมันจะต้องหยุดการแสวงหาผลประโยชน์จากสงคราม”
ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ระบุว่า การผ่านกฎหมายเรียกเก็บภาษีกำไรลาภลอยจากบริษัทพลังงานจะเป็นไปได้ยาก ไม่ว่าพรรคเดโมแครตหรือรีพับลิกันจะครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส หลังการเลือกตั้งกลางเทอมก็ตาม
ทั้งนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกด้านพลังงานอย่าง Exxon Mobil และ Chevron ประกาศผลกำไรประจำไตรมาสครั้งใหญ่อีกรอบ โดยได้รับอานิสงค์จากราคาก๊าซธรรมชาติและเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น และนำไปสู่การเรียกร้องให้รัฐบาลเรียกเก็บภาษีจากบริษัทพลังงานเพิ่มเติม
#TheStructureNews
#US #WindfallTax #OilCompany
ที่มา:
[1] https://www.reuters.com/business/energy/biden-address-oil-company-profits-430-pm-remarks-2022-10-31/
อิหร่านผลิตน้ำมันพุ่ง 3.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงสุดรอบ 5 ปี โดยแรงหนุนตลาดจีน-เวเนซุเอลา-ซีเรีย
ข้ามเพศกวาดเรียบ 3 อันดับแข่งจักรยานประเภทหญิง ท่ามกลางเสียงวิจารณ์รุนแรงว่า “ไม่มีความยุติธรรม”
อินโดนีเซียตั้งเป้า ขึ้นเบอร์ 2 ของโลกด้านกาแฟ โดยปัจจุบันเป็นรองแค่ บราซิล-เวียดนาม-โคลอมเบีย
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
อดีตวิศวกรโครงการ ระดับผู้จัดการ จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล จาก พระจอมเกล้าธนบุรี และ โท ด้าน Advanced Manufacturing Engineering จาก University of South Australia มีความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง และสวัสดิการสังคม