เงื่อนไข “คนละครึ่ง” สำรวจพลังงานใต้ทะเล พื้นที่ทับซ้อน ไทย-กัมพูชา
เตรียมส่งสภาฯ เห็นชอบ เงื่อนไขเจรจาสำรวจพลังงานในพื้นที่ทับซ้อน ไทย-กัมพูชา ย้ำไม่มีเรื่องแบ่งเขตแดน ยึดหลักสองประเทศได้ประโยชน์แบบคนละครึ่ง
จากการประชุมวาระลับในช่วงท้ายของการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 3 ม.ค.2566 ซึ่งมีการพิจารณาเรื่องการพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา โดยพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นำเข้ามาหารือใน ครม. และใช้เวลาราว 20 นาที พร้อมเชิญผู้ไม่เกี่ยวข้องออกนอกที่ประชุมนั้น
การประชุมดังกล่าวมีที่มาจากเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2565 พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธาน JTC ไทย-กัมพูชา ฝ่ายไทย ได้หารือกับ นายซุย แซม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานกัมพูชา ในฐานะประธาน JTC ไทย-กัมพูชา ฝ่ายกัมพูชา เพื่อร่วมกันผลักดันความร่วมมือพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ สำรวจแหล่งพลังงานน้ำมันและแก๊สในพื้นที่บริเวณพื้นที่ปิโตรเลียมทับซ้อน ไทย-กัมพูชา (Overlapping Claims Area : OCA)
โดยรับทราบว่าทางกัมพูชายินดีที่จะร่วมมือกับฝ่ายไทยโดยใช้โครงสร้างของคณะกรรมการร่วม (Joint Committee : JC) ระหว่างไทย -กัมพูชา เพื่อสำรวจแหล่งพลังงานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ รองรับการพัฒนาทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศต่อไป
วานนี้ (4 ม.ค.) แหล่งข่าวเผยว่าเนื้อหาการเจรจาดังกล่าวยังไม่เอ่ยถึงเรื่องเขตแดนที่ยังทับซ้อน เนื่องจากเป็นหัวข้อที่จะทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่อเรื่องการสำรวจแหล่งพลังงานได้ ในขณะที่ปัญหาวิกฤตพลังงานจากผลพวงสงครามรัสเซีย-ยูเครนและอีกหลายปัจจัย ทำให้สองฝ่ายเห็นพ้องว่าควรนำพลังงานที่มีอยู่ในพื้นที่มาใช่ร่วมกัน โดยที่ประชนทั้งสองประเทศได้ประโยชน์ร่วมกัน โดยมี 4 เงื่อนไขสำคัญ ได้แก่
1) รัฐบาลเห็นชอบร่วมกัน และต้องประกาศใช้ประชาชนเข้าใจ ไม่ขัดแย้งกันเอง
2) ต้องให้สภาฯ ให้ความเห็นชอบร่วมกันทั้งสองประเทศ
3) ไม่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ
4) ต้องใช้ประโยชน์ร่วมกัน เช่น แบ่งกันคนละครึ่ง
เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งที่คุยกันไว้ในเรื่องพลังงาน เปรียบเหมือนมีเงินในกระเป๋า แต่ไม่สามารถเอาออกมาใช้ได้ ความสามารถของรัฐบาล คือมีเงินอยู่ในกระเป๋าแล้วเอาออกมาใช้ให้ได้
กระทรวงการต่างประเทศได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักที่ต้องขับเคลื่อนในเรื่องนี้ เพื่อนำเรื่องที่คุยกันเอาไว้ มาประชุมหารือตั้งคณะทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องเส้นเขตแดนเพราะเป็นพื้นที่ทับซ้อน และเรื่องวิกฤตพลังงาน เป็นต้น
นายกสมาคมศูนย์การค้าไทย แสดงวิสัยทัศน์ สร้าง Sustainable Ecosystem ที่ยั่งยืนและแข็งแกร่ง พร้อมชูบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจและประเทศชาติอย่างเต็มที่
เอกนัฏลั่น คนอื่นไม่กล้าพูด ผมพูดเอง จ่อสุ่มตรวจเหล็กในซากตึก สตง. ซ้ำ แต่จะละเอียดกว่าเดิม เตรียมปราบธุรกิจศูนย์เหรียญที่ไม่สร้างประโยชน์ให้ไทย
ยักษ์จีนระดับแสนล้าน สนใจลงทุนในธุรกิจ EV ของประเทศไทย เสนอให้รัฐบาลขยายระยะเวลาวีซ่า ให้นักธุรกิจชาวจีน
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
อดีตวิศวกรโครงการ ระดับผู้จัดการ จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล จาก พระจอมเกล้าธนบุรี และ โท ด้าน Advanced Manufacturing Engineering จาก University of South Australia มีความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง และสวัสดิการสังคม