จับตา ‘มาร์กอส จูเนียร์’ กับยุทธศาสตร์สานสัมพันธ์สหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นอีกครั้งหลังยุคดูเตอร์เต
ในการประชุมทวิภาคีนอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ระหว่างสหรัฐ-ฟิลิปปินส์ ในกรุงนิวยอร์กเมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน กล่าวว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และฟิลิปปินส์ ‘มีรากฐานที่ลึกซึ้งมาก’ ซึ่งจากมุมมองของสหรัฐฯ มันเป็นความสัมพันธ์ที่มีความสำคัญมากๆ และผมหวังว่าเราจะสามารถทำอะไรร่วมกันได้มากมาย”
ในขณะที่ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ มาร์กอส จูเนียร์ กล่าวตอบว่า “บทบาทของสหรัฐฯ ในการสร้างสันติภาพในภูมิภาคนี้ ‘เป็นที่น่าชื่นชมอย่างมาก’” พร้อมกล่าวเสริมว่า “เราเป็นคู่หูของคุณ พันธมิตรของคุณ และเพื่อนของคุณ”
นายเอียน สตอรีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มองว่าการที่ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เข้าพบไบเดนก่อนการเยือนจีนเพียง 1 สัปดาห์ และการกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ที่เน้นว่าควรมีการตั้งกฎเกณฑ์ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางทะเล ‘กำลังส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ผู้นำฟิลิปปินส์เชื่อว่าความสัมพันธ์เดียวที่สำคัญที่สุดของฟิลิปปินส์คือกับสหรัฐฯ’
ซึ่งสิ่งนี้ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับที่อดีตประธานาธิบดี ดูเตอร์เต เคยประกาศแยกตัวออกจากสหรัฐฯ ทั้งในแง่ของการทหารและเศรษฐกิจ โดยลดความสัมพันธ์ทวิภาคีลงสู่ระดับต่ำสุดใหม่
อย่างไรก็ตาม มาร์กอส จูเนียร์ ยังคงดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบ ‘อิสระ’ ของดูเตอร์เตต่อไป พร้อมๆ กับการ ‘สร้างสมดุล’ ระหว่างความสัมพันธ์กับจีนและสหรัฐฯ ด้วยการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ขึ้นมาใหม่
นักประวัติศาสตร์ โจเซ่ แอนโทนิโอ คัสโตดิโอ อธิบายว่า มาร์กอส จูเนียร์ ‘กำลังค้นหากลยุทธ์’ เพื่อจัดการปัญหาความขัดแย้งทางทะเล และเพื่อจัดการกับอิทธิพลของจีนที่เพิ่มขึ้นในฟิลิปปินส์ จากนโยบายสานสัมพันธ์กับจีนของดูเตอร์เต
คัสโตดิโอ อธิบายเพิ่มเติมว่า มาร์กอส จูเนียร์ นิยมสหรัฐฯ และจะพูดในสิ่งที่เข้าหูพวกอเมริกัน อย่างไรก็ตาม ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เขาจะคานอำนาจทั้งสองฝ่าย ด้วยการฝากฝังเรื่องความมั่นคงกับสหรัฐฯ ในขณะที่ฝากฝังเรื่องอื่นๆ ที่เหลือไว้กับจีน หรือไม่
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวมาร์กอสกับสหรัฐฯ ย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีมาร์กอส จอมเผด็จการคนพ่อ หรือที่รู้จักกันในนาม “Amboy (American Boy)” จนกระทั่งเขาถูกประชาชนลุกฮือขับไล่จนต้องลี้ภัยไปสหรัฐฯ ในปี 1986
โดยความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-ฟิลิปปินส์ เริ่มสั่นคลอนในภายหลังเกี่ยวกับข้อพิพาทด้านค่าธรรมเนียมการตั้งฐานทัพ ซึ่งต่อมาในปี 1991 ฟิลิปปินส์ปฏิเสธไม่ต่ออายุข้อตกลงการตั้งฐานทัพให้แก่สหรัฐฯ ส่งผลให้สหรัฐฯ ต้องถอนฐานทัพออกจากฟิลิปปินส์ในปีต่อมา
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศได้ฟื้นตัวอย่างช้าๆ ก่อนที่จะเลวร้ายลงอย่างกะทันหันภายใต้การปกครองของดูเตอร์เต
นโยบายวิภาค ผู้ว่า ฯ กรุงเทพมหานคร EP1: วิเคราะห์นโยบาย 3P และบำนาญประชาชน ของ ศิธา ทิวารี พรรคสร้างอนาคตไทย
เจ. เค. โรว์ลิง ชี้ นโยบายคนข้ามเพศสกอตแลนด์ ทำให้ผู้หญิงแท้ ‘ตกอยู่ในอันตราย’ เหตุอนุญาตผู้ชายแอบแฝงมาคุกคาม
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
อดีตวิศวกรโครงการ ระดับผู้จัดการ จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล จาก พระจอมเกล้าธนบุรี และ โท ด้าน Advanced Manufacturing Engineering จาก University of South Australia มีความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง และสวัสดิการสังคม