ลัตเวีย-เอสโตเนีย ถอนตัวกลุ่มร่วมมือจีน-ยุโรป เหตุไม่พอใจกรณีจีนกดดันไต้หวัน
ลัตเวีย-เอสโตเนีย ประกาศถอนตัวจากกลุ่มความร่วมมือระหว่างจีนกับประเทศยุโรปตะวันออก-ยุโรปกลาง (16+1) ตามลิทัวเนียซึ่งถอนตัวจากกลุ่มเมื่อปีที่แล้ว หลังจากที่ความสัมพันธ์ระหว่างลิทัวเนียกับจีน เลวร้ายลงจากกรณีที่ลิทัวเนียอนุญาตให้ไต้หวันเปิดสถานทูตในกรุงวิลนีอุสเมื่อปลายปีที่แล้ว
.
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากตะวันตกที่มีต่อจีน กรณีที่จีนเพิ่มแรงกดดันทางทหารต่อไต้หวันที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ซึ่งจีนอ้างว่าเป็นดินแดนของตนเอง และจากกรณีที่จีนกระชับความสัมพันธ์กับรัสเซียระหว่างการรุกรานยูเครน
.
กระทรวงการต่างประเทศของลัตเวีย ให้เหตุผลว่า การมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องในกลุ่มความร่วมมือกับจีนนั้น ไม่สอดคล้องกับนโยบายต่างประเทศและนโยบายด้านการค้าในปัจจุบันของลัตเวีย” ในขณะที่ เอสโตเนีย ไม่ได้ให้เหตุผลใดๆ
.
ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (11 ส.ค.) ทั้งลัตเวียและเอสโตเนีย กล่าวว่า พวกเขาจะยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับจีนเพื่อสานสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์และเชิงปฏิบัติกับจีนต่อไป ‘ตราบใดที่ไม่เป็นการละเมิดต่อระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกติกา (rules-based international order) และสิทธิมนุษยชน’
.
ด้าน สาธารณรัฐเช็กก็มีความสุ่มเสี่ยงที่จะเดินตามรอยลัตเวีย-เอสโตเนีย เช่นกัน โดยกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐเช็ก กล่าวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า คำมั่นสัญญาของจีนเรื่องการลงทุนก้อนใหญ่ และผลประโยชน์ร่วมกันทางการค้าไม่เป็นจริงอย่างที่พูด หลังเกิดเสียงเรียกร้องภายในรัฐสภาให้ออกจากกลุ่ม
.
ทั้งนี้ ในปัจจุบัน ประเทศสมาชิกกลุ่มความร่วมมือระหว่างจีนกับประเทศยุโรปตะวันออก-ยุโรปกลาง ที่เหลืออยู่ ได้แก่ บัลแกเรีย โครเอเชีย สาธารณรัฐเช็ก กรีซ ฮังการี โปแลนด์ โรมาเนีย สโลวาเกีย และสโลวีเนีย
#TheStructureNews
#Latvia #Estonia #Lithuania #China #Baltic
อ้างอิง : [1] https://www.reuters.com/world/europe/latvia-estonia-withdraw-china-cooperation-group-2022-08-11/
‘สอดอStyle’ ติงสำนักข่าว ช่วยทำข่าวตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริง อย่าบิดพาดหัวให้คนเกลียดชังกันเลย ชี้ดำเนินการโปร่งใสต่อเจ้าหน้าที่แล้ว
EU คุมเข้มเหรียญคริปโตฯ ลั่นทุกธุรกรรมต้องถูกตรวจสอบ ด้านผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนกังวลว่า กฎนี้อาจนำไปสู่การเฝ้าจับผิดเกินเหตุ
ศิราวุธ ภุมมะกสิกร
อดีตวิศวกรโครงการ ระดับผู้จัดการ จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล จาก พระจอมเกล้าธนบุรี และ โท ด้าน Advanced Manufacturing Engineering จาก University of South Australia มีความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง และสวัสดิการสังคม