กลัวตกงาน จาก AI ของ DeepSeek พนักงานจีนหวั่นตกงาน หลังบริษัทแห่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ เหตุทำงานได้มีประสิทธิสูงและต้นทุนราคาต่ำ
ตั้งแต่บริษัทโทรคมนาคมไปจนถึงผู้ผลิตรถยนต์และแม้กระทั่งโบรกเกอร์ บริษัทจีนและหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นต่างแห่กันมาผนวกรวมโมเดล AI ของ DeepSeek เข้ากับบริการของตน
DeepSeek ก้าวขึ้นสู่เวที AI ระดับโลกเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากที่เปิดตัวบริการผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ AI ต้นทุนต่ำที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือเหนือกว่า ChatGPT ของ OpenAI ตั้งแต่นั้นมา บริษัทจีนหลายแห่งในหลายภาคส่วน รวมถึงแบรนด์ดัง ต่างก็หันมาใช้เทคโนโลยีนี้ท่ามกลางความภาคภูมิใจของคนทั้งประเทศที่มีต่อความสำเร็จของแอปที่พัฒนาในประเทศ
ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ 3 แห่งของจีน ได้แก่ China Mobile, China Unicom และ China Telecom ได้นำโมเดล AI ของ DeepSeek มาใช้ในบริการคลาวด์เป็นหลัก รวมถึงผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำ อย่าง Huawei, Vivo และ Oppo ด้วย
บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ก็เช่นกัน แอปส่งข้อความ WeChat หรือในจีนเรียก Weixin ของ Tencent อนุญาตให้ผู้ใช้บางส่วนค้นหาผ่านโมเดล AI ของ DeepSeek ในขณะที่ Baidu กล่าวว่าผนวกเครื่องมือค้นหาและแชทบอท AI Ernie Bot เข้ากับ DeepSeek
ผู้ผลิตรถยนต์ของจีนก็แห่กันมาใช้ DeepSeek เช่นกัน โดยผู้ผลิตรถยนต์กว่า 10 แห่ง ตั้งแต่ BYD ผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าไป จนถึง Leapmotor ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพ ได้ประกาศแผนการพัฒนารถยนต์ที่ติดตั้งฟีเจอร์ AI ของ DeepSeek ตามรายงานของ SCMP เมื่อวันที่ 16 ก.พ.
ในขณะเดียวกัน Reuters รายงานว่า บริษัทนายหน้าและผู้จัดการกองทุนสัญชาติจีนอย่างน้อย 20 แห่ง เริ่มนำโมเดล DeepSeek มาใช้ในธุรกิจของตนแล้ว ซึ่งอาจเปลี่ยนวิธีการดำเนินการวิจัย การจัดการความเสี่ยง การตัดสินใจลงทุน และการโต้ตอบกับลูกค้า
เมือง เซินเจิ้น กวางโจว และตงกวน ในมณฑลกวางตุ้ง ได้ผนวกแอป AI เข้ากับบริการภาครัฐออนไลน์ ตามรายงานของ SCMP ในขณะที่เมืองอื่นๆ ได้จัดการฝึกอบรมเพื่อเรียนรู้วิธีใช้ประโยชน์จากโมเดล AI เช่น DeepSeek เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
เขตฝู่เทียนของเมืองเซินเจิ้น ในเดือนนี้ได้เปิดตัว “ข้าราชการพลเรือนปัญญาประดิษฐ์” ชุดแรกตามแบบจำลอง R1 ของ DeepSeek ที่รับผิดชอบงานต่างๆ ตั้งแต่การประมวลผลเอกสาร บริการสาธารณะ การจัดการเหตุฉุกเฉิน และการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งช่วยลดเวลาการปรับแต่งเนื้อหาดิจิทัลที่เหมาะกับความชอบ พฤติกรรม และความต้องการของผู้ใช้แต่ละคน จาก 5 วันเหลือเพียงไม่กี่นาที, ลดเวลาการตรวจสอบลง 90% และและมีความแม่นยำมากกว่า 95% ในการจัดรูปแบบเอกสาร
เทรนด์ดังกล่าวได้ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการจ้างงานและการดำรงชีวิต โดยแฮชแท็ก “ถาม DeepSeek ฉันจะถูกแย่งงานหรือไม่” กำลังเป็นกระแสบน Weibo ของจีน โดยมียอดเข้าชมเกือบ 7.2 ล้านครั้งในวันพฤหัสบดี (20 ก.พ.)