“เศรษฐาเคยหนุนแก้ 112” ‘วิทยา’ จี้ ‘เศรษฐา’ เข้าชี้แจงต่อรัฐสภา ถ้ามีคำตอบที่ไม่มั่นใจ ยืนยันอะไรไม่ได้ ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ก็ผ่านให้ไม่ได้
เมื่อวานนี้ (2 ส.ค. 66) นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม สส. ของพรรคเกี่ยวกับการประชุมสภา เพื่อกำหนดประเด็นการทำงาน และกล่าวติติงการกำหนดวาระการประชุมของประธานสภาว่าค่อนข้างมีความสับสน
นายวิทยากล่าวว่า สภาผู้แทนราษฎรมีวาระการพิจารณางบดุลทางการเงินค้างคาอยู่ 6 เรื่องซึ่งค้างมาตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค. แล้ว และไม่ปรากฏในวาระการประชุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 ส.ค. นี้ หากแต่เสนอเรื่องใหม่เข้าที่ประชุมแทน สร้างความสับสนในการทำงานแก่สมาชิกสภา
สำหรับวันศุกร์ที่จะถึงนี้ (4 ส.ค.) จะเป็นการประชุมร่วมกันของทั้ง 2 สภา เพื่อการพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งในครั้งที่แล้ว ประธานสภา ฯ ขอเลื่อนการประชุมวาระดังกล่าว โดยแจ้งล่วงหน้าเพียง 1 วัน เนื่องจากผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าการลงมติของสภาไม่ชอบด้วยกฎหมาย
“ปัญหาคือจนถึงวันนี้ ยังไม่มีการชี้มาจากศาลรัฐธรรมนูญ พรุ่งนี้เราก็ไม่มั่นใจว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยหรือเปล่า ? และวันศุกร์ที่ประธานสภานัดมา มันมีอะไรเปลี่ยนแปลง ท่านรู้ได้ยังไง ? หรือว่าวันศุกร์มาเริ่มต้นพิจารณา ถ้าเกิดเลือกนายกรัฐมนตรี คุยกันไปคุยกันมาในสภา ส่วนศาลรัฐธรรมนูญเค้าประชุมใหม่ เค้าวินิจฉัยไปอีกทางหนึ่ง
มันก็จะเกิดบรรยากาศคล้าย ๆ กับวันที่เถียงกันว่าจะโหวตคุณพิธาครั้งที่ 2 หรือไม่? เถียงยังไม่ทันจบ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาแล้วครับว่าคุณพิธา ขาดคุณสมบัติ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ฉะนั้นผมคิดว่าการเร่งรัดของท่านประธานสภาเนี่ย มันทำให้เกิดความไม่แน่นอนของสถานการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” นายวิทยากล่าว
สำหรับการเสนอตัวนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายวิทยาระบุว่า นายเศรษฐาเคยยืนยันสนับสนุนความร่วมมือกับก้าวไกล อีกทั้งยังเคยกล่าวสนับสนุนการแก้ไข ม. 112 จึงจำเป็นต้องชี้แจงต่อสภา
“การที่คุณเศรษฐาเคยยืนยัน ที่ต้องจับมือกับก้าวไกลมาตลอด และก็ยืนยัน สนับสนุนในการแก้ไขมาตรา 112 ส.ว. เค้าจะคิดยังไง คุณเศรษฐาจะมีคำตอบยังไงต่อที่ประชุมสภา และคำตอบต่อพวกผม ซึ่งยืนยันตลอดครับว่า เราไม่เอาการแก้ไขมาตรา 112 ฉะนั้นทุกอย่างก็จะดูในการพิจารณา ท่าทีของ รทสช. ยืนยันครับ ถ้ามาแล้วก็มีคำตอบที่ไม่มั่นใจ ยืนยันอะไรไม่ได้ เราก็ผ่านให้ไม่ได้” นายวิทยากล่าว
นอกจากนี้นายวิทยาระบุว่าประธานสภาควรให้เวลาพรรคเพื่อไทยเตรียมตัวมากกว่านี้ เพราะการตั้งรัฐบาล ไม่ใช่ว่าโทรศัพท์คุยกันแล้วจะจบ หากแต่ต้องมีการพูดคุยกันเรื่องนโยบาย เตรียมความพร้อมในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งถ้าหากไม่มีความพร้อมก็ควรเลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน
“เรื่องโทรศัพท์คุยกัน ประสานงาน ไม่ใช่การจัดตั้งรัฐบาล ตั้งรัฐบาลเค้าต้องมีความพร้อมที่จะทำนโยบายกันแล้ว แต่ถ้าแค่โทรศัพท์หารือกันแล้วว่าใช่ ผมว่ามันตลกไป แล้วประธานสภาก็ควรให้เวลาเค้า ไม่ใช่ว่านึกว่าตั้งรัฐบาลก็คือ เซย์ฮัลโหล กัน 2 คำ แล้วก็ตั้งรัฐบาล ไอ้อย่างงั้นมันไม่ใช่เรื่องตั้งรัฐบาล มันเรื่องของบ้านเมือง ตั้งรัฐบาล ฉะนั้นทุกอย่างต้องชัดเจนว่าทำอะไร
ฉะนั้นท่านประธานสภา ไม่ใช่สัปดาห์หน้าท่านไม่อยู่สัปดาห์นึง ท่านรีบประชุมสัปดาห์นี้ สัปดาห์ถัดไปท่านมาท่านจะรีบประชุมเลย ผมคิดว่าตั้งหลักให้ดี คืออย่างน้อย ๆ ประธานสภาต้องมีข้อมูลชัดเจนว่าเขาจะตั้งรัฐบาลแล้ว จะตั้งกันยังไง มีตกลงกับใคร เป็นไปได้ เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่ว่าประธานจะนัดสุ่มไปเรื่อย ๆ อยากเลือกใครก็ว่ากันมา แล้วก็นัดกันไม่รู้จักจุดจบ แล้วประชาชนเขาจะรำคาญ
ให้เวลาเขาไปเตรียมการ จะ 5 วัน 10 วัน 20 วัน ให้เขาไปเตรียมการ แล้วก็คิดว่าพร้อมมา ดีกว่า ไม่ต้องนัดทุกสัปดาห์ครับ” นายวิทยากล่าว