ยังไม่มีรายได้ จะให้เสียภาษีได้ยัอย่างไร? ‘วิโรจน์’ ร้อง ‘สรรพากร’ ตั้งคณะกรรมการสอบ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ซื้อขายหุ้นในครอบครัวด้วยตั๋ว PN
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยื่นหนังสือต่อกรมสรรพากร เพื่อให้มีการตรวจสอบกรณีที่แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ใช้ตั๋วสัญญาการใช้เงิน (Promissory Note: PN) เพื่อการซื้อขายหุ้นกับบุคคลในครอบครัว ซึ่งอาจเข้าข่ายทำนิติกรรมอำพราง เพื่อหลบเลี่ยงหรือหลีกเลี่ยงภาษีที่ผิดกฎหมาย เพื่อจะได้ไม่ต้องจ่ายภาษี
โดยวิโรจน์ตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำดังกล่าวอาจจะเป็นการทำนิติกรรมอำพราง ปกปิดเจตนาที่แท้จริงของการรับให้หุ้น โดยแสร้งเป็นการซื้อขาย เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีการรับให้ ซึ่งเรื่องนี้ ประชาชนทั่วไปสงสัยว่าเป็นการซื้อขายจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการทำธุรกรรมทิพย์เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
และเนื่องจากแพทองธาร เป็นนายกฯ และประธานคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียต่อสาธารณะ แต่ถ้าหากนายก ฯ สามารถทำได้ กรมสรรพากรจะไม่เลือกปฏิบัติ แต่เปิดโอกาสให้ประชาชนคนทั่วไปสามารถทำได้ด้วยใช่หรือไม่
อีกทั้ง ถ้าหากการกระทำดังกล่าวถูกต้อง จะส่งผลเสียต่อการจัดเก็บภาษีการรับให้ในอนาคตอย่างมาก กรมสรรพากรควรตรวจสอบพฤติกรรมและเจตนาในการทำธุรกรรม ไม่ใช่แค่ดูที่เอกสาร
และเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรวินิจฉัยกรณีนี้อย่างเป็นทางการและเป็นลายลักษณ์อักษร ตามมาตรา 13 สัตต (3) ของประมวลรัษฎากร เพื่อเป็นแนวปฏิบัติสำหรับประชาชนคนทั่วไป
ตนเองจะให้เวลาอธิบดีกรมสรรพากรทำงาน และจะติดตามการทำงานผ่านกลไกของคณะกรรมาธิการพัฒนาการเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร โดยจะเชิญอธิบดีกรมสรรพากร และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มาชี้แจง
ด้านแพทองธาร กล่าวถึงกรณีข้างต้นว่า “มันจะหนีภาษีได้อย่างไร มันยังไม่มีการจ่ายตังค์เลย ต้องจ่ายก่อนถึงจะคิดภาษีได้ และภาษีต้องเกิดจากกำไรด้วยซ้ำ อันนี้คือข้อที่ชัดเจนอยู่แล้ว นักวิชาการก็ออกมาพูด แต่ว่าก็นั่นแหละคะ”