“มันเป็นกรรมอะไรของช้างไทย ที่จะต้องมาเป็นผลิตภัณฑ์ ให้คนชนิดหนึ่งทำรายได้มหาศาล แต่ทำให้ช้างขาดสิทธิต่าง ๆ ในชีวิตที่พึงจะมี”
นายธีรภัทร ตรังปราการ นายกสมาคมสหพันธ์ช้างไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร์ เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการมูลนิธิอนุรักษ์สัตว์และสิ่งแวดล้อม และการกำหนดมาตรการป้องกันและแนวทางการช่วยเหลือช้าง จากกรณีเหตุอุทกภัยในพื้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
ตามที่เครือข่ายคนรักช้างได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบการทำงานของปางช้าง Elephant Nature Park (ENP) ก่อนหน้านี้
นายธีรภัทรกล่าวถึงกรณีที่ตัวแทนของ ENP ไม่ได้มาเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” และกล่าวต่อว่าทุกคนล้วนแต่มีความคาดหวังว่ากฎแห่งกรรมจะเกิดขึ้นอย่างที่ทุกคนคิด
ตนเองเชื่อว่า ผู้ที่เลี้ยงช้างด้วยวิธีการกักขัง ยังคงมีความเชื่อมั่นอยู่ว่าวิธีการเลี้ยงช้างแบบนี้ คือวิธีที่ดีที่สุดสำหรับช้าง แต่ตนเองเชื่อว่าช้างควรจะได้รับโอกาสที่ดีมากกว่านั้น เนื่องจากช้างไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ ก่อนที่น้ำจะมาก็ทำไม่ได้ หลังน้ำไปก็ทำไม่ได้
ในเวลานี้ได้แต่หวังว่ากรรมดีของผู้คนทั้งประเทศ ของคณะกรรมาธิการชุดนี้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสามารถช่วยเหลือช้างเชือกนี้ และช้างเชือกอื่น ๆ ทั่วประเทศไทย
นอกจากนี้ ในประเทศไทย ยังมีฝรั่งที่เข้ามาแฝงตัวขายแพคเกจ “ขังช้าง” ให้กับชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะที่เพชรบุรี สุโขทัย และจังหวัดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ ซึ่งคนเหล่านี้ต่างก็ใช้ช้างไทยเป็นผลิตภัณฑ์ในการสร้างรายได้ จากการนำเอาช้างมาขัง เพื่อที่จะได้อ้างได้ว่า จะได้ไม่ต้องใช้โซ่มามัดช้าง
“คำถามก็คือว่า มันเป็นกรรมอะไรของช้างไทย ที่จะต้องมาเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ ให้กับคนกลุ่มหนึ่ง (ให้) คนชนิดหนึ่งทำรายได้มหาศาล แล้วก็ทำให้เขาขาดสิทธิต่าง ๆ ในชีวิตที่พึงจะมี” นายธีรภัทรกล่าว