Newsความมั่นคงตัดไฟเมียนมาช้าเพราะยังติดกรอบราชการ ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ ชี้ ‘สมช.’ ควรปรับปรุงระบบการทำงานให้ฉับไว รองรับความเปลี่ยนแปลงของภัยคุกคาม

ตัดไฟเมียนมาช้าเพราะยังติดกรอบราชการ ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ ชี้ ‘สมช.’ ควรปรับปรุงระบบการทำงานให้ฉับไว รองรับความเปลี่ยนแปลงของภัยคุกคาม

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงกล่าวถึงสาเหตุที่ก่อนหน้าที่รัฐบาลไทยจะตัดสินใจตัดการส่งไฟฟ้า อินเตอร์เน็ต และน้ำมันให้แก่เมียนมา เพื่อเป็นการตัดกำลังของกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์-อาชญากรข้ามชาติตามแนวชายแดนเมียนมา มีความล่าช้า และเกิดการโยนความรับผิดชอบกันไปมาว่า

 

ถึงแม้ว่ามภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะถูกจัดตั้งมาเป็นเวลานานกว่า 150 ปี ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 และมีสมาชิก สมช. ที่ประกอบไปด้วยรัฐมนตรีว่าการจาก 7 กระทรวงซึ่งประกอบไปด้วย กลาโหม, คลัง, ต่างประเทศ, คมนาคม, ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES), มหาดไทย และยุติธรรม โดยมีนายกรัฐมนตรี และรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานและรองประธาน

 

แต่ก็ยังคงติดอยู่กับรูปแบบการทำงานในระบบราชการ มีการทำงานเป็นวงรอบ ไม่ค่อยจะมีการดำเนินการเชิงรุกเหมือนอย่างการตัดไฟฟ้าที่เพิ่งจะเกิดขึ้น ด้วยข้อจำกัดหลายอย่างเช่นการประเมินภัยคุกคาม ซึ่งจำเป็นต้องพึ่งพาห่วยงานความมั่นคง โดยเฉพาะทางกองทัพซึ่งมีข้อมูลเหล่านี้อยู่ในมืออยู่แล้วอย่างชัดเจนอยู่แล้ว

 

และรู้ลึกไปถึงความพยายามของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีการสร้างโรงไฟฟ้าของตัวเอง ติดตั้งเครื่องปั่นไฟ และแผงโซลาร์เซลล์ จนสามารถเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจาก 3 เป็น 8 เมกะวัตต์ได้แล้ว และรู้ดีว่าเรื่องเหล่านี้นั้นเป็นภัยคุกคามระดับใด 

 

อีกทั้งยังรู้ถึงการเคลื่อนย้ายประชากรจากบางประเทศ ทั้งจากจีนและไทยเข้าไปในพื้นที่เหล่านั้นเป็นจำนวนหลายหมื่นคน เข้าไปทำงานในเครือข่ายเหล่านี้ ซึ่งความจริงเรื่องเหล่านี้สามารถเสนอต่อ สมช. ได้เลยเพื่อให้เกิดการปฎิบัติการเชิงรุก เพื่อการสกัดกั้นกลุ่มเหล่านี้

 

แต่ที่เรื่องนี้มีการดำเนินการอย่างล่าช้านั้นเป็นเพราะระบบราชการของ สมช. เอง นายกฯ และรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธาน และรองประธาน สมช. กำหนดแนวนโยบายลงมา สมช. จึงจะสามารถนำไปปฎิบัติได้

 

และสามารถนำเรื่องไปคุยกับมหาดไทย (มท.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แต่ความไม่ชัดเจนตรงนี้นั้น ทำให้เกิดความล่าช้า ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีการตั้ง คณะที่ปรึกษาพิเศษฝ่ายการเมือง ขึ้นมาผ่านการแก้ไขกฎหมายใหม่ แต่เนื่องจากมีการตั้งเป็นคณะขนาดใหญ่ และยังใช้ระบบราชการอยู่ จึงยังคงล่าช้า ไม่คล่องตัว

ทั้งนี้การตัดไฟนั้น เป็นปัญหาในเชิงธุรกิจด้วย ซึ่งต้องมีความระมัดระวังไม่ให้กระทบกับโรงพยาบาล และประชาชนที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ซึ่งเรื่องนี้ไม่ง่าย และเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง ซึ่งในหลายประเทศ คณะที่ปรึกษาพิเศษนั้น จะต้องมีส่วนรับผิดชอบในทางการเมืองด้วย และออกมาผลักดันแทนข้าราชการประจำ 

 

ในขณะที่ของไทยนั้นยังไม่ลงตัว จึงทำให้เกิดความล่าช้าและสับสนขึ้น  ซึ่งไทยมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงในเรื่องนี้อีกครั้ง

 

สำหรับการตัดไฟฟ้าในครั้งนี้นั้น กฟภ. ซึ่งเป็นผู้ขายไฟฟ้าให้แก่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งในเวลานี้กำลังรอพิจารณาตัดไฟแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในลาวและกัมพูชาด้วยนั้น ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องความมั่นคง 

 

กฟภ. จึงควรจะขอให้ฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะกองทัพภาคซึ่งมีข้อมูลค่อนข้างครบ เข้ามาช่วยพิจารณา โดยเสนอเรื่องไปยัง มท. เพื่อให้ รมว.มท. นำเข้าสู่ที่ประชุม สมช. 

 

นอกจากนี้ การประเมินความมั่นคงนั้น ในต่างประเทศมีการจัดลำดับความเสี่ยงเป็นสี ๆ โดยสีแดงคือเป็นพื้นที่เสี่ยงมาก สีแสด/เหลืองคือเสี่ยงรองลงมา เพื่อให้สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งถ้าความเสี่ยงขึ้นมาในระดับสีแดงก็สามารถเรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อดำเนินการตัดไฟได้เลย 

 

แต่ถ้าเป็นสีแสด/เหลือง ก็อาจจะเจรจา/กดดันประเทศเพื่อนบ้านก่อน โดยที่ไม่กระทบกับประชาชนที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง และเป็นผลดีกับภาคธุรกิจของไทยด้วย ซึ่งตนเองเคยเสนอเรื่องนี้ต่อ สมช. ในสมัยที่นายถวิล เปลี่ยนสี เป็นเลขา ฯ สมช. (รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) แต่ทั้งหมดเหล่านี้ ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้งานอย่างชัดเจน

 

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมต่อการไปกล่าวโทษข้าราชการซึ่งอยู่ในระบบ และต้องดำเนินการตามกรอบของกฎหมายที่มีความตึงตัว ไม่มีความยืดหยุ่น แต่ทั้งนี้ฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะกองกำลังพิทักษ์ชายแดน และกองกำลังที่อยู่ติดชายแดนสามารถที่จะเร่งรัดให้เกิดการประสานงานได้

 

อีกทั้งยังต้องไปแก้ไขปัญหาในเรื่องของผู้แทนพิเศษของผู้นำ ที่จะเข้ามานั่งทำงานในส่วนนี้ หรือใช้รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงจริง ๆ จัดประชุมตามวงรอบรายสัปดาห์ ไม่ใช่ทุกเดือนอย่างที่ปฎิบัติกันอยู่ในรอบหลายปีที่ผ่านมา 

 

และพิจารณาปัญหาความมั่นคงอย่างจริงจัง เพื่อการรับมือกับการก่อการร้ายสากล อาชญากรข้ามแดน ซึ่งในขณะนี้มีความเข้มข้นและหนักหน่วงอย่างมากในภาคใต้ อีกทั้งยังมีปัญหาภัยไซเบอร์ ซึ่งทั้งหมดนี้แทบจะต้องอาศัยการทำงานเกือบ 24 ชั่วโมงต่อวัน การประชุมแบบนาน ๆ ครั้งจะทำให้เกิดปัญหาอย่างที่เราเห็น



เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า