ทำไมแบงก์ชาติ ไม่กำหนดค่าเงินบาทคงที่? ‘ผู้ว่า ธปท.’ ชี้หากค่าเงินบาทอ่อน ก็จะทำให้ ความมั่งคั่งของประเทศลดลงไปด้วย
ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยอมรับว่าในช่วงหลังมานี้ ค่าเงินบาทไทยนั้นมีความผันผวนค่อนข้างสูง โดยถ้าเปรียบเทียบค่าเงินบาทมาตั้งแต่ต้นปี จนถึงช่วงนี้จะเห็นได้ว่าค่าเงินบาทนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก แต่ในระหว่างนั้นมีความผันผวนค่อนข้างมาก ซึ่ง ธปท. ก็ไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น
อีกทั้งค่าเงินบาทไทยนั้น มีความผันผวนค่อนข้างใกล้เคียงกับค่าเงินสกุลอื่นของเอเชียอย่างเงินสกุลวอนเกาหลี (KRW) ที่มีความผันผวนเป็นปกติ และเริ่มที่จะมีความผันผวนมากกว่าเงินสกุลรูเปียห์อินโดนีเซีย (IDR) และริงกิตมาเลเซีย (MYR)
ซึ่ง ธปท. ไม่ได้ต้องการให้เงินบาทไทยเกิดความผันผวนที่ไม่ได้มาจาก Fundamental (ปัจจัยพื้นฐาน) มากจนเกินไป กล่าวคือถ้ามันมีเหตุที่ทำให้มันผันผวน เช่น มีข่าวออกมาว่า FED (ธนาคารกลางสหรัฐ) จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง หรือการที่เงินบาทปรับตัวตามดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งนี่ถือว่ามีเหตุปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของเงิน
เพราะเราก็อยากจะให้ราคามันสะท้อนมาจากปัจจัยพื้นฐาน หรือพูดง่าย ๆ ว่าไม่อยากจะไปฝืนตลาดที่มันมีเหตุเชิงปัจจัย แต่ถ้ามันมีความผันผวนที่เกินไปจากที่ปัจจัยพื้นฐานได้ทำการบ่งชี้ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ ธปท. ไม่ต้องการจะเห็น และเข้าไปดูแลเท่าที่จำเป็น
แต่ทั้งนี้ ไม่ได้มีการกำหนดเป้าหมายของค่าเงินที่ต้องการเอาไว้ เพราะนโยบายของเราคือการพิจารณาอัตราเงินเฟ้อเป้าหมาย (inflation targeting) โดยไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องของการกำหนดค่าเงินว่าจะต้องเป็นเท่าใดโดยเฉพาะ
อีกทั้งประเทศไทยนั้นเคยมีบทเรียนจากการมีนโยบายกำหนดค่าเงินบาทคงที่ มาจากวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 มาแล้วพอสมควร และถือเป็นบทเรียนที่เจ็บปวด จากความพยายามในการฝืนตลาด ซึ่งเป็นการสร้างความเสี่ยงให้กับระบบเศรษฐกิจ
นโยบายค่าเงินที่เหมาะสมนั้น คือการปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด แต่ในช่วงไหนที่มีความผันผวนมากจนเกินไป ที่ไม่ได้มาจากปัจจัยพื้นฐาน ก็จะเข้ามาดูแล
แต่ก็เป็นเรื่องจริงอยู่ที่ในผู้ส่งออกต้องการให้เงินบาทอ่อน แต่ผู้นำเข้าต้องการให้เงินบาทแข็ง ซึ่งทำให้เวลาที่ ธปท. พิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ย หรือค่าเงิน ก็ตาม เป็นหน้าที่ของ ธปท. ในการดูแลภาพรวมของประเทศ
ซึ่งประเทศไทยเองนั้น ก็มีการนำเข้าสินค้าค่อนข้างมาก การที่เงินบาทอ่อนนั้นจะทำให้กำลังซื้อของคนไทยนั้นต่ำลง และทำให้รายจ่ายและค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มขึ้น
มันคงไม่ใช่ว่าค่าเงินยิ่งอ่อน เศรษฐกิจเรายิ่งดี ถึงแม้ว่าการที่ค่าเงินอ่อนจะทำให้มูลค่าการส่งออกที่เป็นเงินบาทนั้นเพิ่มขึ้น แต่ถ้ามองอีกมุมแล้วจะเห็นได้ว่าการที่ค่าเงินอ่อนนั้น จะทำให้รายจ่ายของประเทศนั้นสูงขึ้นตามไปด้วย
และถ้ามองในมุมของความมั่งคั่ง จะเห็นได้ว่าการที่ค่าเงินบาทอ่อนลงนั้น จะทำให้ความมั่งคั่งของประเทศไทยลดลง
“ถ้าเราคิดว่าในประเทศของเรา เราก็มี Asset (ทรัพย์สิน) ที่อยู่ในประเทศของเราทั้งหมดซึ่งมันเป็นบาท แล้วถ้าค่าเงินมันอ่อน มันก็กลายเป็นทุกอย่างของเราเนี่ย ถูก! แล้วถ้าเราเทียบกำลังซื้อทุกอย่างของเรา ก็เหมือนเรากำลัง Grand Sales ประเทศไทย พูดง่าย ๆ ว่าการที่ค่าเงินมันอ่อน มันก็ทำให้ความมั่งคั่งของประเทศลดลงไปด้วย” ดร.เศรษฐพุฒิกล่าว
ดร.เศรษฐพุฒิ ยังยกตัวอย่างจากในอดีตที่ประเทศไทยมีหนี้ที่เป็นสกุลเงินต่างชาติเป็นจำนวนมาก และเมื่อมีการลดค่าเงินบาท ก็ทำให้หนี้สินของประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก และทำให้ความมั่งคั่งของประเทศไทยนั้นลดลงไปด้วย
แต่ปัจจัยนี้ ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในเวลานี้ เพราะว่าประเทศไทยไม่ได้มีหนี้สินเป็นสกุลเงินต่างประเทศมากเหมือนในสมัยนั้น แต่ทั้งนี้ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัวหลักในการพิจารณานา แต่ยังมีมิติอื่นๆ ที่จะต้องพิจารณาประกอบด้วย