พลังงานสะอาดเวียดนามสะดุด นักลงทุนโวย รัฐบาลเวียดนามจ่ายเงินช้า โดยไม่มีเหตุผลทางกฎหมายที่ชัดเจน
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) รายงานว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เวียดนามได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคพลังงานแสงอาทิตย์
แต่เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2568 ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติ 13 ราย และผู้ประกอบการภายในประเทศ 15 รายในภาคพลังงานแสงอาทิตย์ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับปัญหาการให้วันเริ่มต้นจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date : COD) โดยปราศจากเอกสารรับรองอย่างเป็นทางการ ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการสูญเสียอัตราค่าไฟฟ้าเริ่มต้นที่ได้รับการรับรองไว้แต่เดิม
ในคำร้องดังกล่าว นักลงทุนให้เหตุผลว่าพวกเขาได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านพลังงานหมุนเวียน (Renewable energy regulations) ทุกประการ ณ เวลาที่โครงการได้รับการอนุมัติ COD อย่างไรก็ตาม
นับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2566 เป็นต้นมา โครงการจำนวนมากประสบปัญหาความล่าช้าในการรับชำระเงินโดยไม่มีกำหนด หรือได้รับชำระเงินเพียงบางส่วน ภายใต้สัญญาการซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement: PPA) กับการไฟฟ้าเวียดนาม (Vietnam Electricity: EVN) โดยไม่มีเหตุผลทางกฎหมายที่ชัดเจนรองรับ
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบทางการเงินอย่างรุนแรงต่อโครงการบางแห่ง โดยทำให้เกิดภาระในการชำระหนี้แก่ผู้ให้กู้ทั้งในและต่างประเทศ นักลงทุนจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรองและคงไว้ซึ่งการอนุมัติ COD เดิมของโครงการที่ได้รับผลกระทบ
พร้อมทั้งเรียกร้องให้ EVN ปฏิบัติตามข้อผูกพันตามสัญญาที่ได้ลงนามไว้ ด้วยการดำเนินการชำระเงินอย่างครบถ้วนและตรงเวลา เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของโครงการ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดวันเริ่มต้นจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ตลอดจนความล่าช้าในการชำระเงินจากการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนของประเทศ
DITP วิเคราะห์ว่า ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดวันเริ่มต้นจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ตลอดจนความล่าช้าในการชำระเงินจากการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนของประเทศ
กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรับรอง COD ประกอบด้วย คำสั่งนายกรัฐมนตรีหมายเลข 39/2018/QĐ-TTg สำหรับโครงการพลังงานลม และคำสั่งนายกรัฐมนตรีหมายเลข 13/2020/QĐ-TTg สำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์
กำหนดให้โครงการที่ต้องการได้รับการรับรอง COD ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข 3 ประการ ได้แก่ การดำเนินการทดสอบเบื้องต้นของโรงไฟฟ้าและอุปกรณ์เชื่อมต่อแล้วเสร็จ การได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า และการตกลงร่วมกันเกี่ยวกับค่ามิเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเริ่มกระบวนการชำระเงิน
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2566 กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า (MoIT) ได้ออกประกาศหมายเลข 10/2023/TT-BCT ซึ่งกำหนดให้โครงการพลังงานหมุนเวียนต้องได้รับหนังสืออนุมัติผลการตรวจสอบก่อนที่จะสามารถยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้าได้
ส่งผลให้นักลงทุนมองว่าการบังคับใช้ข้อกำหนดเพิ่มเติมนี้กับโครงการที่ได้รับการรับรอง COD ไปก่อนหน้านี้ เป็นการละเมิดหลักการห้ามใช้กฎหมายย้อนหลัง ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 13 แห่งกฤษฎีกาว่าด้วยการลงทุน ฉบับที่ 61/2020/QH14
หากแนวทางของ MoIT ได้รับการดำเนินการโดยไม่มีการปรับแก้ไข อาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านการเงินอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการผิดนัดชำระหนี้ในวงกว้าง ซึ่งจะกระทบต่อเสถียรภาพของตลาดการเงินของเวียดนาม
นอกจากนี้ ยังอาจสร้างความไม่แน่นอนต่อหลักนิติธรรมของประเทศ และส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติในภาคพลังงาน เนื่องจากข้อกำหนดที่เปลี่ยนแปลงไปอาจถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ในระยะยาว
การดำเนินนโยบายที่ไม่แน่นอนและการบังคับใช้กฎหมายย้อนหลังอาจทำให้กระแสการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในภาคพลังงานหมุนเวียนลดลง อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเวียดนามในฐานะจุดหมายปลายทางที่มีความน่าสนใจและมีเสถียรภาพสำหรับการลงทุนระหว่างประเทศ
ดังนั้น การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการกำกับดูแลด้านกฎระเบียบและการรักษาสิ่งแวดล้อมการลงทุนที่เป็นมิตรต่อนักลงทุน เพื่อให้เวียดนามสามารถดำรงบทบาทในฐานะผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
อ่านรายงานฉบับเต็มของ DITP – https://www.ditp.go.th/post/198906