Newsต่างประเทศไทยว่ายังไง เวียดนามเร่งขยายตลาดปลานิล โดยถูกจัดไว้ใน ‘สัตว์เศรษฐกิจ’ ตามยุทธศาสตร์ประมง คาดสร้างรายได้คู่กับกุ้งที่ 1.29 แสนล้านบาทในปีนี้

ไทยว่ายังไง เวียดนามเร่งขยายตลาดปลานิล โดยถูกจัดไว้ใน ‘สัตว์เศรษฐกิจ’ ตามยุทธศาสตร์ประมง คาดสร้างรายได้คู่กับกุ้งที่ 1.29 แสนล้านบาทในปีนี้

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) รายงานว่า การเยือนประเทศบราซิลของนายกรัฐมนตรีเวียดนาม Pham Minh Chinh เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมปลานิลเวียดนาม หลังจากที่ตลาดบราซิลเคยระงับการนำเข้าเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับไวรัส Tilapia Lake Virus (TiLV) ล่าสุดมีสัญญาณเชิงบวกในการกลับมาเปิดตลาดอีกครั้ง ท่ามกลางแนวโน้มความต้องการบริโภคปลานิลทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหารทะเลเวียดนาม (VASEP) ระบุว่า มูลค่าตลาดปลานิลโลกในปี 2567 อยู่ที่ 10,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (344,065.4 ล้านบาท) และคาดว่าจะขยายตัวแตะ 14,500 ล้านดอลลาร์ (470,665.5 ล้านบาท) ในปี 2576 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 3.52 ต่อปี โดยสหรัฐอเมริกายังคงเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุด ขณะที่การส่งออกจากจีนเริ่มชะลอตัวจากอุปสรรคทางการค้าและมาตรการภาษี ส่งผลให้ผู้ส่งออกรายอื่นมีโอกาสขยายส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น

 

เวียดนามจึงเร่งปรับโครงสร้างการผลิตเพื่อใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว โดยในปี 2567 การส่งออกปลานิลมีมูลค่าสูงถึง 41 ล้านดอลลาร์ (1,330.82 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 138 จากปีก่อนหน้า โดยตลาดสหรัฐฯ เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ด้วยมูลค่า 19 ล้านดอลลาร์ (616.72 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นเกือบ 7 เท่า และในไตรมาสแรกของปี 2568 ยังคงรักษาแนวโน้มการเติบโตได้ดี ด้วยมูลค่าเกือบ 14 ล้านดอลลาร์ (454.43 ล้านบาท) โดยตลาดสหรัฐฯ ครองสัดส่วนร้อยละ 46 รองลงมาคือรัสเซีย ตะวันออกกลาง ญี่ปุ่น และเบลเยียม

 

ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการเลือกใช้พันธุ์ปลาที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม ใช้ระยะเวลาเลี้ยงสั้น ต้นทุนต่ำ และสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีปูผ้ายางในบ่อเลี้ยง (Pond-liner technology) มาใช้เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคและเพิ่มผลผลิต ปลานิลยังมีข้อได้เปรียบด้านราคาที่เข้าถึงง่าย แปรรูปสะดวก และสามารถตอบสนองได้ทั้งตลาดพรีเมียมและตลาดแมส ส่งผลให้เวียดนามมีศักยภาพในการยกระดับขีดความสามารถผ่านการลงทุนแบบครบวงจร ตั้งแต่การเพาะพันธุ์ การเลี้ยง การแปรรูป ไปจนถึงการพัฒนาตลาด

 

ด้วยภูมิอากาศแบบเขตร้อนที่มีอุณหภูมิคงที่ระหว่าง 27–32 องศาเซลเซียส และแหล่งน้ำผิวดินที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง เวียดนามสามารถเพาะเลี้ยงปลานิลได้ตลอดทั้งปี โดยใช้เวลาเพียง 5–6 เดือนเพื่อให้ได้ขนาดน้ำหนัก 600–800 กรัมซึ่งพร้อมจำหน่าย ปัจจุบันมีพื้นที่เพาะเลี้ยงประมาณ 30,000 เฮกตาร์ ผลิตได้ราว 300,000 ตันต่อปี และตั้งเป้าขยายพื้นที่สู่ 40,000 เฮกตาร์ ผลผลิต 400,000 ตันภายในปี 2573 พร้อมปรับปรุงคุณภาพพันธุ์และเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าสูง

 

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมปลานิลเวียดนามยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน เช่น คุณภาพพันธุ์ที่ไม่สม่ำเสมอ การผสมพันธุ์ในสายเลือดใกล้ชิด ปริมาณเนื้อแล่น้อย ความเสี่ยงจากโรค TiLV และต้นทุนอาหารสัตว์นำเข้าที่สูง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่สมบูรณ์ ขณะเดียวกัน ตลาดสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปยังมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับ และมาตรฐานความยั่งยืนที่เข้มงวด แม้จะมีสถานประกอบการกว่า 510 แห่งที่ได้รับสิทธิส่งออกปลานิล แต่ยังจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเติมในพันธุ์ปลาคุณภาพสูง เครื่องจักรแปรรูปอัตโนมัติ ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม และการพัฒนาฟาร์มให้ได้มาตรฐานสากล รวมถึงการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อเพิ่มความโปร่งใสในซัพพลายเชน และการผลิตอาหารสัตว์ภายในประเทศเพื่อลดต้นทุนลงร้อยละ 15

 

ในด้านการตลาด เวียดนามจำเป็นต้องเสริมสร้างการประชาสัมพันธ์เชิงรุกผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าด้านการประมงในตลาดสำคัญ เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และตะวันออกกลาง พร้อมใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี เช่น EVFTA, RCEP และ FTA อาเซียน–จีน เพื่อลดภาษีและขยายตลาด ขณะเดียวกัน การกระจายชนิดสัตว์น้ำและรูปแบบการเพาะเลี้ยงให้สอดคล้องกับศักยภาพทางธรรมชาติของประเทศจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและประสิทธิภาพการผลิต โดยการเพาะเลี้ยงปลานิลควบคู่กับกุ้งน้ำกร่อยนอกจากจะช่วยให้ได้ผลผลิตคุณภาพสูงแล้ว ยังช่วยควบคุมโรคในกุ้ง ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบในบริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และความเค็มของน้ำที่เพิ่มขึ้น

 

การพัฒนาระบบการผลิตแบบบูรณาการผ่านความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ เกษตรกร และสถาบันวิจัย จะเป็นรากฐานสำคัญให้ปลานิลก้าวสู่การเป็นสินค้าส่งออกที่มีศักยภาพสูง และเป็นหนึ่งในเสาหลักใหม่ของอุตสาหกรรมประมงเวียดนามในอนาคต

 

ปลานิลเป็นปลาน้ำจืดเนื้อขาวที่มีรสชาติดี คุณค่าทางโภชนาการสูง และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดโลกมากว่า 15 ปี โดยตั้งแต่ปี 2553 การบริโภคปลานิลทั่วโลกเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5.4 ต่อปี และในปี 2567 ผลผลิตทั่วโลกแตะระดับ 7 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากปีก่อนหน้า แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนถึงโอกาสทางการค้าให้แก่ประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออก รวมถึงเวียดนามซึ่งกำลังเร่งพัฒนาศักยภาพการผลิตเพื่อรองรับตลาดส่งออกที่ขยายตัว

 

แม้เวียดนามยังไม่ติดอันดับผู้ส่งออกหลักไปสหรัฐฯ แต่สหรัฐฯ ถือเป็นตลาดนำเข้าปลานิลสำคัญที่สุดของเวียดนาม โดยในไตรมาสแรกของปี 2568 มูลค่าส่งออกปลานิลไปสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 131 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของมูลค่าส่งออกปลานิลทั้งหมด หากเวียดนามสามารถขยายกำลังการผลิตและรักษามาตรฐานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดเข้มงวดของตลาดสหรัฐฯ ก็มีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและสร้างรายได้ส่งออกได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาประมงถึงปี 2573 รัฐบาลเวียดนามได้กำหนดให้ปลานิลเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญที่ควรได้รับการส่งเสริมทั้งการเพาะเลี้ยงในบ่อและการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำจืดธรรมชาติ เช่น อ่างเก็บน้ำ โดยคาดว่าในปี 2568 มูลค่าส่งออกประมงของเวียดนามจะอยู่ที่ประมาณ 10,500 ล้านดอลลาร์ (340,819.5 ล้านบาท) ซึ่งปลานิลจะเป็นหนึ่งในสินค้าหลักร่วมกับกุ้งที่คาดว่าจะสร้างรายได้สูงถึง 4,000 ล้านดอลลาร์ (129,836 ล้านบาท)

 

(1 ดอลลาร์ = 32.46 บาท)

 

#TheStructure

#TheStructureNews

#เวียดนาม #ปลานิล #การค้าระหว่างประเทศ

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า