สื่อรัฐบาลสหรัฐชี้ ไทยไม่จำเป็นต้องมีเรือดำน้ำจีน อ้างเหตุมีเรือจีนอยู่ในท่าเดียวกันกับเรือของสหรัฐฯ ทำสหรัฐฯ เสี่ยงโดนจารกรรมข้อมูลการทหาร
สำนักข่าววอยซ์ออฟอเมริกา (VOA) ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลสหรัฐ รายงานถึงสถานการณ์การจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีนของไทย ซึ่งใกล้จะบรรลุข้อตกลงระหว่างกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การตัดสินใจของรัฐบาลไทยในครั้งนี้นั้น มีแรงจูงใจมางการเมืองมากกว่าเรื่องการทหาร
อีกทั้งยังระบุว่า ไทยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีเรือดำน้ำ และแสดงความกังวลอย่างมาก ถ้าหกเรือดำน้ำที่ผลิตจากจีน จอดเทียบท่าอยู่ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ซึ่งเป็นท่าเรือเดียวกันกับที่เรือรบอเมริกันจะไปจอดเทียบท่า ก็อาจจะมีความเสี่ยงที่สหรัฐอาจจะถูกจารกรรมข้อมูล
VOA รายงานว่าโครงการเรือดำน้ำจากจีนของไทยนั้น มีปัญหาเนื่องจากทางจีนไม่สามารถจัดหาเครื่องยนต์จากเยอรมันได้ตามสัญญา เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรปต่อจีน และเมื่อรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสินเข้ามาบริหารประเทศในเดือน พ.ค. 2566 ก็เคยมีทีท่าว่าจะไม่ดำเนินโครงการนี้ต่อ
แต่ในวันที่ 21 พ.ค. 2567 นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหมของไทยกลับยอมรับเครื่องยนต์ดีเซล CHD620 ที่ผลิตในประเทศจีน ทำให้โครงการนี้ได้รับการชุบชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง
นายเบนจามิน ซาวัคกี ผู้เขียนหนังสือ Thailand: Shifting Ground Between the U.S and Rising China กล่าวว่านักท่องเที่ยวจีนมีความสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจที่พึ่งพิงการท่องเที่ยวของไทย จีนยังเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทยในปี 2566 ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 135,000 ล้านดอลลาร์ (4.97 ล้านล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว
ในขณะที่สหรัฐ ถอนความช่วยเหลือด้านการทหารต่อไทย ปีละหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนมีความใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น และในช่วงปี 2559 – 2565 มูลค่าการซื้อขายอาวุธจากจีนของไทย มีมูลค่าสูงกว่าที่สั่งซื้อจากสหรัฐ
นายซาวัคกีระบุว่าไทยได้ต้องการเรือดำน้ำ เช่นเดียวกับที่จีนก็ไม่ต้องการให้ไทยมีเรือดำน้ำ และการมีเรือดำน้ำของไทย “ถ้าพูดจากมุมมองด้านความมั่นคงล้วนๆ มันไม่สมเหตุสมผลเลยสำหรับจีนหรือไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้น” นายซาวัคีกล่าว
แต่เขากล่าวว่า เรือดำน้ำจะเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างทหารไทยกับทหารจีน ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายหลังการรัฐประหารปี 2557 และสำหรับรัฐบาลนายเศรษฐา เป็นเพื่อการกำหนดทิศทางทางการค้าเกี่ยวกับการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทางทหารของไทย
นายซาวัคกีกล่าวว่า เรือดำน้ำนี้จะไปจอดเทียบท่าที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ซึ่งเป็นฐานทัพเรือของประเทศไทยในชลบุรี ที่ ๆ เรือรบของสหรัฐก็จอดเทียบท่าหรือไม่ จะมีโอกาสเกิดการจารกรรมและรวบรวมข้อมูลหรือไม่ ในแง่ความใกล้ชิดของการมีเรือจีนหรือเรือที่จีนสร้าง จอดอยู่ในท่าเรือเดียวกันกับเรือสหรัฐ นั่นคือข้อกังวลหลักของสหรัฐ