ใช้ AI ตรวจจับ นักศึกษาที่สนับสนุนฮามาส สหรัฐฯ เตรียมใช้เทคโนโลยี AI มาตรวจตรวจสอบ นักศึกษาต่างชาติ เพื่อดำเนินการถอนวีซ่า
Axios รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (6 มี.ค.) ว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เตรียมใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตรวจจับนักศึกษาต่างชาติที่เป็นผู้สนับสนุนกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์ เพื่อดำเนินการถอนวีซ่า โดยกระทรวงการต่างประเทศกำลังทำงานร่วมกับกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ
กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้แสดงความคิดเห็นโดยตรงเกี่ยวกับรายงานดังกล่าว แต่รัฐมนตรีต่างประเทศมาร์โก รูบิโอ โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่าสหรัฐฯ “จะไม่ยอมให้มีชาวต่างชาติที่สนับสนุนผู้ก่อการร้าย” “ผู้ที่ละเมิดกฎหมายของสหรัฐฯ รวมถึงนักเรียนต่างชาติ จะถูกปฏิเสธวีซ่าหรือเพิกถอนวีซ่า และถูกเนรเทศ”
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารในเดือน ม.ค. เพื่อจัดการกับปัญหาการเหยียดเชื้อชาติต่อชาวยิว และให้คำมั่นว่าจะเนรเทศนักศึกษาต่างชาติ และผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ออกนอกประเทศ
Axios รายงานว่า “การตรวจจับและเพิกถอน” ซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI จะรวมถึงการตรวจสอบบัญชีโซเชียลมีเดียของผู้ถือวีซ่านักเรียนหลายหมื่นบัญชีด้วยความช่วยเหลือของ AI
บทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 คุ้มครองเสรีภาพในการพูดและการชุมนุม ผู้สนับสนุนเสรีภาพในการพูด เช่น มูลนิธิเพื่อสิทธิส่วนบุคคลและการแสดงออก และกลุ่มที่สนับสนุนปาเลสไตน์ แสดงความวิตกกังวลต่อรายงานของ Axios
Sarah McLaughlin นักวิชาการจากมูลนิธิฯ กล่าวว่า “ไม่สามารถใช้เครื่องมือ AI เพื่อวิเคราะห์ความแตกต่างที่ละเอียดอ่อนของการแสดงออกเกี่ยวกับเรื่องที่ซับซ้อนและเป็นที่โต้แย้ง เช่น ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ได้”
สหรัฐฯ กำหนดให้ฮามาสเป็น “องค์กรก่อการร้ายต่างชาติ”
การโจมตีของกลุ่มอิสลามเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 คร่าชีวิตผู้คนไป 1,200 ราย โดยกว่า 250 รายถูกจับเป็นตัวประกัน ตามการนับของอิสราเอล
การโจมตีทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซาในเวลาต่อมาได้คร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ไปแล้วกว่า 48,000 ราย ตามข้อมูลของทางการฉนวนกาซา ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์เกือบทุกคนต้องพลัดถิ่นฐานภายในประเทศ และนำไปสู่การกล่าวหาว่าก่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และก่ออาชญากรรมสงคราม ซึ่งอิสราเอลปฏิเสธ