จีนปรับกลยุทธ์ ชะลอผลิต-พร้อมหาตลาดใหม่ เพื่อรับมือผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
ในเดือนนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนกว่า 100% ส่งผลให้จีนตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีตอบกลับ สถานการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อธุรกิจจีนอย่างหนัก ผู้ผลิตต้องชะลอการผลิตและเร่งปรับกลยุทธ์สู่ตลาดใหม่ ขณะที่ โกลด์แมน แซคส์ ประเมินว่าแรงงานจีนราว 10-20 ล้านคนเกี่ยวข้องกับธุรกิจส่งออกไปยังสหรัฐฯ
Ash Monga ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Imex Sourcing Services บริษัทบริหารจัดการซัพพลายเชนในกว่างโจว ระบุว่า สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่มีงบประมาณเพียงไม่กี่ล้านดอลลาร์ การปรับขึ้นภาษีอย่างฉับพลันอาจเป็นภาระที่รับไม่ไหวและส่งผลให้ต้องปิดกิจการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเหล่านี้ เขาเตรียมเปิดตัวเว็บไซต์ “Tariff Help” ในวันศุกร์ (2 พ.ค.) นี้เพื่อช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถค้นหาซัพพลายเออร์ที่อยู่นอกประเทศจีนได้
การหยุดชะงักทางธุรกิจทำให้ผู้ส่งออกจีนต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ เช่น Woodswool ผู้ผลิตเสื้อผ้ากีฬาจากเมืองหนิงโป ซึ่งหันมาขายสินค้าผ่านไลฟ์สตรีมมิ่งในจีน หลังคำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ ถูกยกเลิกทั้งหมด โดยหลังจากเปิดช่องทางขายนี้ได้เพียงสัปดาห์เดียว บริษัทได้รับคำสั่งซื้อกว่า 30 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5,000 หยวน (29,990 บาท)
การปรับตัวสู่ไลฟ์สตรีมมิ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลปักกิ่ง เพื่อช่วยผู้ส่งออกปรับทิศทางสินค้าสู่ตลาดในประเทศ โดย Woodswool หันมาขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของ Baidu ที่มีระบบอีคอมเมิร์ซรองรับไลฟ์สตรีมมิ่ง ซึ่ง Li Yan เลือกใช้ระบบไลฟ์สตรีมมิ่งแบบ “Virtual Human” เนื่องจากสามารถเริ่มต้นได้ภายในสองสัปดาห์ โดยไม่ต้องลงทุนสร้างสตูดิโอหรือจ้างทีมงาน
Baidu ระบุว่า ได้ร่วมมือกับธุรกิจจีนหลายร้อยแห่งเพื่อเปิดช่องทางอีคอมเมิร์ซภายในประเทศ โดยให้เงินอุดหนุนและเครื่องมือ AI ฟรี เช่น “Huiboxing” มนุษย์เสมือนที่ช่วยจำลองการนำเสนอขายและสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งบริษัทอ้างว่าผลตอบแทนจากการลงทุนสูงกว่าการใช้แรงงานมนุษย์
JD.com ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทแรกที่ออกมาตรการสนับสนุน โดยทุ่มงบกว่า 200,000 ล้านหยวน (9.2 แสนล้านบาท) เพื่อซื้อสินค้าจีนที่เดิมตั้งใจส่งออกและหาวิธีขายสินค้าเหล่านี้ภายในประเทศจีนแทน ขณะที่ Meituan ซึ่งเป็นบริษัทจัดส่งอาหาร ก็ประกาศแผนช่วยเหลือผู้ส่งออกจีนในการกระจายสินค้าในประเทศ แต่ยังไม่ระบุงบประมาณที่แน่ชัด
อย่างไรก็ตาม งบประมาณที่ JD.com ทุ่มลงไปยังถือว่าเป็นเพียง 5% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อปีที่แล้วอยู่ที่ 524,660 ล้านดอลลาร์ (17.67 ล้านล้านบาท) ขณะที่บางบริษัทเริ่มสร้างเส้นทางการค้าทางเลือกจากจีนแล้ว
หนึ่งในนั้นคือ บริษัทอีคอมเมิร์ซ Beijing Mingyuchu ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ห้องน้ำไปยังบราซิล Liu Xu เจ้าของบริษัทระบุว่า แม้ว่าธุรกิจต้องรับมือกับอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนและต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้น แต่เขาเชื่อว่าการค้ากับบราซิลจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 บริษัท Cotrie Logistics ซึ่งมีฐานอยู่ในกานา ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยธุรกิจด้านการจัดหาสินค้า ประสานงานการขนส่งในช่วงที่ท่าเรือมีความล่าช้า และสร้างเส้นทางโลจิสติกส์ที่เชื่อถือได้ โดย Bright Tordzroh ซีอีโอของบริษัทระบุว่า Cotrie มุ่งเน้นการค้าระหว่างจีนและกานาเป็นหลัก และปัจจุบันทำรายได้ระหว่าง 300,000-1,000,000 ล้านดอลลาร์ (10.08-33.62 ล้านล้านบาท) ต่อปี
Tordzroh ระบุว่า ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ทำให้หลายบริษัทเริ่มสำรวจแหล่งจัดหาและการผลิตนอกสหรัฐฯ ซึ่งเขาหวังว่าจะเป็นโอกาสให้ Cotrie เติบโต
(1 หยวน = 4.6 บาท)
(1 ดอลลาร์ = 33.62 บาท)
ที่มา: CNBC