Newsการเมืองเอาเปรียบ สหรัฐต้องการ Win ฝ่ายเดียว ‘พิชัย’ ชี้สหรัฐต้องการเอาสินค้ามาตีตลาดไทย และเสนอเงื่อนไขที่กระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์

เอาเปรียบ สหรัฐต้องการ Win ฝ่ายเดียว ‘พิชัย’ ชี้สหรัฐต้องการเอาสินค้ามาตีตลาดไทย และเสนอเงื่อนไขที่กระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์

14 ก.ค. 2568 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. คลัง กล่าวถึงสถานการณ์การเจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกาที่ยังคงมีความไม่แน่นอนและใกล้ถึงเส้นตายในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ว่า

 

สหรัฐฯ มีความพยายามลดการขาดดุลทางการค้าและต้องการเพิ่มการเปิดตลาด (Market Access) สำหรับสินค้าของตนมากขึ้น รวมถึงการหารือเกี่ยวกับมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers – NTB) ในทุกขั้นตอน

 

นายพิชัยยอมรับว่าการเจรจาครั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ใช้ข้อเสนอฝ่ายเดียวซึ่งแตกต่างจากการเจรจา FTA ทั่วไปที่มักรับฟังข้อเสนอของทั้งสองฝ่าย และยืนยันว่าไทยต้องรักษาผลประโยชน์และรักษาสมดุลอย่างยั่งยืน แม้จะเป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็ต้องยึดประโยชน์ร่วมกันเป็นสำคัญ

 

หากไม่สามารถตกลงกันได้ ไทยอาจเผชิญกับกำแพงภาษีและข้อเสนออื่น ๆ ที่ไม่ใช่มาตรการภาษีธรรมดา ๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากไทยพึ่งพาการส่งออกสูง และสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสำคัญถึง 18% ของไทย

 

ดังนั้น การเจรจาจึงจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อหลีกเลี่ยงกำแพงภาษี โดยต้องพิจารณาเงื่อนไขที่ไม่กระทบประเทศที่สามและคู่ค้าอื่น ๆ รวมถึงประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์เพื่อไม่ให้เป็นการ “ชักศึกเข้าบ้าน”

 

นายพิชัยกล่าวว่า ทีมเจรจาของไทยยึดหลักการสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่

1 การเปิดตลาดเพิ่มขึ้น

ไทยต้องเปิดตลาดในสินค้าที่สหรัฐฯ ต้องการขายและไทยต้องการซื้อ โดยคำนึงถึงการไม่กระทบ FTA ที่ไทยทำกับประเทศอื่น ๆ โดยมีข้อเสนอให้สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าบางชนิดที่ไทยผลิตไม่ได้หรือผลิตไม่เพียงพอในอัตรา 0% รวมถึงการป้องกันภาคการผลิตของไทย โดยเฉพาะภาคเกษตร

โดยไทยได้เสนอเปิดตลาดให้สหรัฐฯ แล้ว 63-64% และเพิ่มเป็น 69% รวมถึงสินค้าที่ไม่เคยเปิดอย่างลำไยและปลานิล ส่วนตลาดยานยนต์กำลังพิจารณา ซึ่งตนเห็นว่าแม้จะเปิดก็อาจไม่กระทบมากนัก เช่น รถพวงมาลัยซ้าย (ประเทศไทยใช้รถพวงมาลัยขวา) เขามีตลาดอื่นทั่วโลกคงไม่ได้เข้ามาขายที่เรามาก

2 ส่งเสริมการลงทุนของธุรกิจไทยในสหรัฐฯ

สหรัฐฯ ต้องการส่งออกและเสริมสร้างฐานการผลิตในประเทศ ไทยจึงควรพิจารณาลงทุนในสหรัฐฯ มากขึ้น เช่น ด้านเกษตรแปรรูป และสินค้าที่ต้องซื้อจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะด้านพลังงาน ซึ่งสหรัฐฯ มีปริมาณสำรองมากและราคาต่ำ

3  การป้องกันการสวมสิทธิ์สินค้า

สหรัฐฯ ต้องการให้เพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบหรือส่วนประกอบที่ผลิตในประเทศไทย (Local Content) โดยอาจเพิ่มจากปัจจุบัน 40% เป็น 60-70% เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ ซึ่งตัวอย่างคือสินค้าจากเวียดนามที่ใช้ Local Content น้อยมาก จึงถูกเรียกเก็บภาษีสูงถึง 40% การเพิ่ม Local Content ในไทยจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาการผลิตในประเทศได้

“ข้อเสนอที่เสนอไปแล้วจะมีผลผูกพันระยะยาว และจะต้องเสนอเรื่อง Win Win แม้ว่าผู้ที่เราเสนอ จะอยาก Win อย่างเดียวแต่เราต้องดูในระยะยาวที่ผูกพัน เราไปในอนาคตด้วย” นายพิชัย กล่าว

 

#TheStructure
#TheStructureNews
#สงครามการค้า #สหรัฐ

#พิชัยชุณหวชิร

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า