สหรัฐฯ จัดหนัก! เตรียมเก็บภาษีแผงโซลาร์อาเซียน ไทยโดนอัตราภาษี 375.19% ขณะที่กัมพูชาโดน 3,500% อ้างบริษัทจีนทุ่มตลาด ทำธุรกิจอเมริกันแข่งขันไม่ได้
เจ้าหน้าที่การค้าสหรัฐฯ ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับอัตราภาษีนำเข้าที่สูงลิ่วสำหรับเซลล์แสงอาทิตย์จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยุติคดีการค้าที่ดำเนินมานานกว่าหนึ่งปี หลังจากผู้ผลิตในสหรัฐฯ กล่าวหาว่าบริษัทจีนทุ่มตลาดด้วยสินค้าราคาถูกอย่างไม่เป็นธรรม
คดีดังกล่าวถูกยื่นฟ้องเมื่อปีที่แล้วโดยบริษัท Hanwha Qcells ของเกาหลีใต้, First Solar ของสหรัฐฯ และผู้ผลิตขนาดเล็กอีกหลายรายที่ต้องการปกป้องการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในอุตสาหกรรมการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ของสหรัฐฯ
กลุ่มผู้ร้องเรียนซึ่งก็คือ คณะกรรมการการค้าสำหรับการผลิตแผงโซลาร์เซลล์แห่งอเมริกา (American Alliance for Solar Manufacturing Trade Committee – AASMTC) กล่าวหาบริษัทจีนที่มีโรงงานใน มาเลเซีย กัมพูชา ไทย และเวียดนาม ว่ามีการส่งออกแผงโซลาร์เซลล์ในราคาต่ำกว่าต้นทุนการผลิต และได้รับเงินอุดหนุนที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งส่งผลให้ผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ของสหรัฐฯ เสียเปรียบในการแข่งขัน
อัตราภาษีนำเข้าที่ประกาศเมื่อวันจันทร์ (21 เม.ย.) มีความแตกต่างกันไปตามบริษัทและประเทศต้นทาง แต่โดยรวมสูงกว่าภาษีเบื้องต้นที่ประกาศไปเมื่อปลายปีที่แล้ว โดย Jinko Solar จากมาเลเซียเผชิญอัตราภาษี 41.56% ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตราที่ต่ำที่สุด ขณะที่ Trina Solar ที่ดำเนินการในไทยถูกกำหนดอัตราภาษี 375.19% ขณะที่โซลาร์เซลล์จาก กัมพูชา จะต้องเผชิญอัตราภาษีกว่า 3,500% หลังจากผู้ผลิตในประเทศเลือกที่จะไม่ให้ความร่วมมือกับการสอบสวนของสหรัฐฯ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ มีกำหนดประกาศคำตัดสินขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับอัตราภาษีนำเข้าในวันที่ 2 มิ.ย. นี้
ทิม ไบรท์บิลล์ ทนายความของกลุ่มผู้ผลิตสหรัฐฯ ยืนยันว่ามาตรการภาษีนำเข้าที่ประกาศล่าสุดจะช่วยจัดการกับแนวทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของบริษัทจีนใน กัมพูชา ไทย เวียดนาม และมาเลเซีย ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ของสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน
“มาตรการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่แข็งแกร่ง” ไบรท์บิลล์ กล่าวในการประชุมทางโทรศัพท์กับนักข่าว “เรามั่นใจว่าการดำเนินการนี้จะช่วยปกป้องผู้ผลิตในสหรัฐฯ จากสินค้าที่ถูกตั้งราคาต่ำอย่างไม่เป็นธรรมและได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลต่างชาติ”
ภัยคุกคามจากมาตรการภาษีนำเข้าต่อประเทศที่ส่งออกผลิตภัณฑ์พลังงานแสงอาทิตย์ไปยังสหรัฐฯ กว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดพลังงานแสงอาทิตย์โลก โดยการนำเข้าจาก กัมพูชา ไทย เวียดนาม และมาเลเซีย ในปีนี้ลดลงเหลือเพียงเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่การส่งออกแผงโซลาร์เซลล์จาก ลาวและอินโดนีเซีย กลับเพิ่มขึ้น
ที่มา: รอยเตอร์