สหรัฐฯ สรุปมาตรการคุมเข้ม จำกัดการลงทุนในเทคโนโลยีจีน ด้านจีนตอบโต้สหรัฐฯ ว่าพยายามต่อต้านโลกาภิวัตน์
กระทรวงการคลังสหรัฐ ประกาศในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ (28 ต.ค.) ว่ารัฐบาลสหรัฐได้กำหนดกฎระเบียบขั้นสุดท้ายของมาตรการจำกัดการลงทุนของสหรัฐ ในเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหวในจีน ที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ
มาตรการดังกล่าวซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ม.ค. 2025 จะห้ามบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐ พลเมือง และผู้พำนักถาวร จากการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และคอมพิวเตอร์ควอนตัม นอกจากนี้ นักลงทุนยังต้องแจ้งให้กระทรวงการคลังทราบเกี่ยวกับการลงทุนในเทคโนโลยีบางประเภทที่ทันสมัยน้อยกว่า ซึ่งรวมถึงเซมิคอนดักเตอร์รุ่นเก่า ที่อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ
พอล โรเซน ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐ ฝ่ายการลงทุนด้านความมั่นคง กล่าวว่า ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีควอนตัม เป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาแอปพลิเคชันด้านการทหาร การเฝ้าระวังตรวจจับ ข่าวกรอง และความปลอดภัยทางไซเบอร์ ในรุ่นต่อไป
“กฎระเบียบขั้นสุดท้ายนี้ใช้มาตรการที่ตรงเป้า และเป็นรูปธรรม เพื่อให้แน่ใจว่าการลงทุนของสหรัฐฯ จะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญๆ โดยผู้ที่อาจใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อคุกคามความมั่นคงของสหรัฐฯ” โรเซน กล่าว
ทั้งนี้ กฎระเบียบดังกล่าวเป็นผลมาจากคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) ที่ลงนามโดย ปธน.ไบเดน เมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การจำกัดการลงทุนของสหรัฐฯ ในพื้นที่เทคโนโลยีขั้นสูงที่มีความอ่อนไหว ในจีน รวมถึงในฮ่องกง และมาเก๊า
ด้านกระทรวงต่างประเทศของจีน ระบุว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นความพยายามที่จะต่อต้านโลกาภิวัตน์ และลบความเป็นจีน (De-Sinicization) พร้อมกับระบุว่า รัฐบาลจีน “ไม่พอใจอย่างยิ่ง” และขอสงวนสิทธิ์ในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ