ทวงเงิน กยศ. หลังหยุดเก็บเงินตั้งแต่ปี 2020 กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ เตรียมกลับมาเรียก เก็บหนี้เงินกู้เพื่อการศึกษาที่ผิดนัดอีกครั้ง
กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ เตรียมกลับมาเรียกเก็บเงินกู้เพื่อการศึกษาที่ผิดนัดชำระเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังจากมาตรการระงับการเรียกคืนหนี้ถูกนำมาใช้ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19
ในช่วงการบริหารงานของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในสมัยแรก มีการระงับการส่งต่อหนี้เงินกู้เพื่อการศึกษาของรัฐบาลกลางไปยังหน่วยงานจัดเก็บหนี้ในเดือนมีนาคม 2020 เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม การหยุดชะงักที่ยาวนานนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการแสดงความกังวลว่า พอร์ตเงินกู้เพื่อการศึกษาของรัฐบาลกลางกำลังเผชิญความเสี่ยงทางการคลังอย่างรุนแรง
“ผลลัพธ์คือพอร์ตเงินกู้เพื่อการศึกษาของรัฐบาลกลางยังคงเติบโตขึ้น และเรามีจำนวนผู้กู้ที่เสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหรือค้างชำระในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์” “รัฐบาลทรัมป์ เชื่อว่าผู้เสียภาษีชาวอเมริกันไม่ควรต้องเป็นหลักประกันสำหรับเงินกู้เพื่อการศึกษาอีกต่อไป” เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ (21 เม.ย.) พร้อมย้ำว่า หนี้เงินกู้เพื่อการศึกษาจำเป็นต้องได้รับการชำระคืน
เจ้าหน้าที่รายนี้ระบุว่า มีเพียง 40% ของผู้กู้ที่สามารถชำระหนี้ได้ตรงตามกำหนด ส่วนอีก 60% ที่เหลือยังค้างชำระ โดยในจำนวนนี้มีผู้กู้ 4 ล้านคน อยู่ในช่วงผิดนัดชำระหนี้ (ชำระหนี้ล่าช้า 91-180 วัน) เพื่อแก้ปัญหานี้ หน่วยงานเตรียมดำเนินแผนสื่อสารเพื่อแจ้งสถานะของผู้กู้ พร้อมทั้งสนับสนุนให้ลงทะเบียนระบบหักบัญชีอัตโนมัติ (auto-debit) เพื่อลดจำนวนผู้กู้ที่ค้างชำระและป้องกันการผิดนัดชำระเพิ่มเติม
นโยบายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 พฤษภาคม โดยกระทรวงศึกษาธิการจะร่วมมือกับโครงการ Treasury Offset เพื่อเริ่มกระบวนการเรียกเก็บหนี้ที่ค้างชำระ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการกำลังเตรียมร่วมมือกับฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อผลักดันการปฏิรูปการศึกษาระดับอุดมศึกษาและระบบการชำระคืนเงินกู้เพื่อการศึกษา
ข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ ระบุว่า มีผู้กู้เงินเพื่อการศึกษาจำนวนเกือบ 43 ล้านคน โดยมียอดหนี้คงค้างรวมกว่า 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ (53.02 ล้านล้านบาท)
การประกาศของกระทรวงเกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลทรัมป์เปิดเผยแผนปรับโครงสร้างหน่วยงานในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายหาเสียงของประธานาธิบดีที่ต้องการจำกัดบทบาทของรัฐบาลกลางในด้านการศึกษา เพื่อ “หยุดการใช้เงินภาษีของประชาชนในการปลูกฝังเยาวชนอเมริกัน”
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า หน่วยงานที่ดูแลเงินกู้เพื่อการศึกษา รวมถึง Pell Grants และบริการสำหรับผู้ที่มีความต้องการพิเศษ จะยังคงดำเนินงานต่อไปภายใต้หน่วยงานอื่น
(1 ดอลลาร์ = 33.14 บาท)
ที่มา: Fox News