สั่งบริษัทฝรั่งเศสปฏิบัติตามคำสั่งห้าม DEI ของทรัมป์ โดยต้องยุติการเลือกปฏิบัติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และฟื้นฟูโอกาสจ้างงานตามความสามารถ
รัฐบาลทรัมป์ร้องขอให้บริษัทฝรั่งเศสที่มีสัญญากับรัฐบาลสหรัฐฯ ยุติโครงการด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (DEI) เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ตามรายงานของ Le Figaro และ Les Echos
สถานทูตสหรัฐฯ แจ้งต่อบริษัทฝรั่งเศสในจดหมายว่า คำสั่งฝ่ายบริหาร “เกี่ยวกับการยุติการเลือกปฏิบัติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและการฟื้นฟูโอกาสการจ้างงานตามความสามารถ” ที่ลงนามโดยทรัมป์นั้น ถือเป็นข้อบังคับสำหรับ “ซัพพลายเออร์และผู้รับเหมาทั้งหมด” ของรัฐบาลสหรัฐฯ
ผู้นำสหรัฐฯ ได้เริ่มรณรงค์เพื่อยกเลิกนโยบาย DEI ในหน่วยงานของรัฐบาลกลางทั้งหมด โดยการต่อสู้กับ “นโยบายตื่นรู้” เช่น การส่งเสริมการรักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับการแปลงเพศของเยาวชน ถือเป็นส่วนสำคัญในแคมเปญหาเสียงของทรัมป์ หลังเข้ารับตำแหน่ง ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งบริหารหลายฉบับเพื่อยกเลิกโครงการ DEI
ในคำสั่งบริหารที่ลงนามเมื่อวันที่ 21 ม.ค. เพียงหนึ่งวันหลังจากพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียก DEI ว่าเป็น “ระบบที่ผิดกฎหมาย กัดกร่อน และเป็นพิษเป็นภัย” ซึ่งขัดต่อ ‘กฎหมายสิทธิพลเมืองของรัฐบาลกลางที่มีมายาวนาน
สื่อฝรั่งเศสรายงานว่า จดหมายแต่ละฉบับมาพร้อมกับ ‘แบบฟอร์มการปฏิบัติตามข้อกำหนด‘ ที่ผู้รับเหมาจะต้องกรอกและส่งกลับสถานทูตสหรัฐฯ ภายใน 5 วัน เอกสารดังกล่าวกำหนดให้บริษัทระบุอย่างชัดเจนว่าพวกเขา ‘ปฏิบัติตามกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ทุกข้อ และให้คำมั่นว่าจะไม่ดำเนินโครงการ DEI ในกรณีที่บริษัทไม่ต้องการกรอกแบบฟอร์ม จะต้องชี้แจงเหตุผลโดยละเอียด
การเคลื่อนไหวดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในรัฐบาลฝรั่งเศส โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังฝรั่งเศสเปิดเผยกับ Le Figaro ว่า “การปฏิบัตินี้สะท้อนถึงค่านิยมของรัฐบาลอเมริกันชุดใหม่ ซึ่งแตกต่างจากค่านิยมของฝรั่งเศส” พร้อมระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฝรั่งเศส Eric Lombard จะทำการตักเตือนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอเมริกันอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้
ที่มา: รอยเตอร์/อาร์ที