Newsต่างประเทศขึ้นภาษีแบบนี้จะส่งผลเสียกับทางสหรัฐฯ เอง นักวิชาการแคนาดาชี้ นโยบายตอบโต้ทางภาษีของทรัมป์จะทำให้เกิดเงินเฟ้อ และทำลายธุรกิจของสหรัฐฯ เอง

ขึ้นภาษีแบบนี้จะส่งผลเสียกับทางสหรัฐฯ เอง นักวิชาการแคนาดาชี้ นโยบายตอบโต้ทางภาษีของทรัมป์จะทำให้เกิดเงินเฟ้อ และทำลายธุรกิจของสหรัฐฯ เอง

ราธิกา เดไซ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแมนิโทบา ประเทศแคนาดา ให้สัมภาษณ์กับ Global Times ว่ามาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ นั้น “ไม่เป็นธรรมอย่างสิ้นเชิง” และสุดท้ายจะส่งผลเสียกับสหรัฐฯ เอง

 

ภายหลังจากที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariff) ครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ (2 เม.ย.) โดยกำหนดอัตราภาษีขั้นต่ำ 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมด และอัตราภาษีที่สูงขึ้นสำหรับคู่ค้ารายใหญ่บางประเทศ โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์ (5 เม.ย.)

 

ในการแถลงข่าวที่สวนกุหลาบของทำเนียบขาว ปธน.ทรัมป์ได้แสดงแผนภูมิที่แสดงอัตราภาษีตอบโต้ที่กำหนดกับหลายประเทศ เช่น ไทย 36% กัมพูชา 49% เวียดนาม 46% จีน 34% ญี่ปุ่น 24% และสหภาพยุโรป 20% โดยระบุว่า มีประเทศและภูมิภาคมากกว่า 180 แห่งที่จะต้องเผชิญกับมาตรการภาษีนี้

 

ทำเนียบขาวระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าและตอบโต้ประเทศที่ใช้นโยบายทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม เช่น การควบคุมค่าเงินและการกำหนดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่สูงเกินไป 

 

เดไซระบุว่า แม้สหรัฐฯ จะอ้างว่ามาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในความสัมพันธ์ทางการค้าของสหรัฐฯ และตอบโต้การจัดการทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม” แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่พัฒนามาตรการที่อนุญาตให้สหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษีในระดับใดก็ได้ โดยอ้างเหตุผลนานาประการ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกมองว่าไม่มีน้ำหนักภายใต้กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ เช่น การควบคุมค่าเงิน การกำหนดภาษีทางอ้อมบางประเภท เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง

 

“ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ คิดว่ามาตรการนี้จะลงโทษคู่ค้าของสหรัฐฯ แต่แท้ที่จริงแล้วความเสียหายจะกระจุกตัวอยู่ภายในสหรัฐฯ เอง มันจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ทำลายเศรษฐกิจ และบริษัทที่ทรงอิทธิพลที่สุดของสหรัฐฯ และเหนือสิ่งอื่นใด มันจะบั่นทอนสถานะของสหรัฐฯ ในฐานะผู้เล่นระดับนานาชาติ คู่ค้าที่เชื่อถือได้ และรัฐที่สามารถไว้วางใจได้อย่างแท้จริง”

 

ปัจจุบัน สหรัฐอเมริกามีสัดส่วนการนำเข้าสินค้าทั่วโลกอยู่ที่15.9% เดไซเน้นย้ำว่า ประเทศส่วนใหญ่สามารถอยู่รอดได้แม้จะสูญเสียสหรัฐฯ ในฐานะคู่ค้ารายใหญ่หรือสำคัญ

 

ขณะที่เมื่อวันอาทิตย์ (30 มี.ค.) ที่ผ่านมา ธนาคารเพื่อการลงทุนของสหรัฐฯ โกลด์แมน แซคส์ ได้ปรับเพิ่มโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอยจาก 20% เป็น 35%

 

ที่มา: Global Times

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า