UN ถูกตัดงบ เตรียมลดพนักงงาน 20% สหประชาชาติเหนื่อย หลังสหรัฐฯ ถอนตัวหลายหน่วยงาน ชี้โลกกำลังเข้าสู่ “ยุคแห่งความเฉยเมย” ไม่สนใจผู้คน
องค์การสหประชาชาติ (UN) เตรียมปรับลดงบประมาณหลักลงเหลือ 3,200 ล้านดอลลาร์ (1.02 แสนล้านบาท) ในปีหน้า พร้อมแผนลดจำนวนบุคลากรอย่างน้อย 3,000 ตำแหน่งจากพนักงานทั้งหมดราว 35,000 คน หลังเผชิญการตัดงบครั้งใหญ่จากรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
การปรับลดครั้งนี้คิดเป็น 15% ของงบประมาณหลัก และเกือบ 19% ของจำนวนตำแหน่งงาน โดยยังไม่รวมผลกระทบต่อหน่วยงานด้านสันติภาพ มนุษยธรรม และสาธารณสุข ซึ่งล้วนพึ่งพาทุนจากสหรัฐฯ เป็นหลัก
เลขาธิการ UN อันโตนิโอ กูแตร์เรส พยายามพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ด้วยการเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรผ่านโครงการ “UN80” ที่มุ่งลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานกว่า 140 แห่ง และจัดระเบียบภารกิจให้สอดคล้องกับหลักการ 3 เสาหลักของ UN ได้แก่ สันติภาพ สิทธิมนุษยชน และการพัฒนา
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ได้ทยอยถอนตัวจากหลายหน่วยงานของ UN เช่น องค์การอนามัยโลก (WHO), กองทุนประชากร (UNFPA), ยูเนสโก และสภาสิทธิมนุษยชน พร้อมส่งสัญญาณว่าจะลดการสนับสนุนงบประมาณลงกว่า 80% ในปี 2026 จากเดิม 1,500 ล้านดอลลาร์ (4.78 หมื่นล้านบาท) เหลือเพียง 300 ล้านดอลลาร์ (9.56 พันล้านบาท)
ผลกระทบเริ่มปรากฏชัดในหลายโครงการ เช่น โครงการอาหารโลก (WFP) ที่เคยพึ่งพาสหรัฐฯ ครึ่งหนึ่งของงบประมาณ 9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 ขณะที่ UNHCR เตือนว่าอาจไม่สามารถดูแลผู้ลี้ภัยกว่า 11 ล้านคนได้อีกต่อไป
ทอม เฟลตเชอร์ หัวหน้าสำนักงานประสานงานด้านมนุษยธรรมของ UN ระบุว่าโลกกำลังเข้าสู่ “ยุคแห่งความเฉยเมย” โดยเผยว่า UN ได้รับงบเพียง 19% จากที่ต้องการในปีนี้ ลดลงถึง 40% จากปีก่อน ส่งผลให้เด็กอีก 6 ล้านคนอาจหลุดจากระบบการศึกษา และชาวอัฟกันอีก 2 ล้านคนอาจไม่ได้รับอาหารช่วยเหลือ
เฟลตเชอร์กล่าวว่า วิกฤตนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องการเงิน แต่สะท้อนความท้าทายต่อความชอบธรรมและความเชื่อมั่นของ UN ในฐานะองค์กรระหว่างประเทศ
(1 ดอลลาร์ = 31.88 บาท)
#TheStructure
#TheStructureNews
#สหรัฐอเมริกา #ทรัมป์ #UN