ย้ายค่ายรายที่ 2!! อดีต สส.ทูลซี่ แกบบาร์ด จาก ส.ส.พรรคเดโมแครต ตัดสินใจย้ายค่ายมาร่วมทีมทรัมป์ พร้อมระบุว่าทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อส่งทรัมป์กลับทำเนียบขาว
ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากข่าวใหญ่ทางการเมืองของสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลัง โรเบิร์ต เอฟ.เคนเนดี้ จูเนียร์ แห่งตระกูลเคนเนดี้ ตระกูลนักการเมืองใหญ่ระดับตำนานจากฝั่งเดโมแครต ตัดสินยุติแคมเปญหาเสียงเพื่อเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต แล้วประกาศหันไปสนับสนุนอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพลับริกัน
และผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ ทูลซี่ แกบบาร์ด อดีต สส.พรรคเดโมแครตจากรัฐฮาวาย และทหารผ่านศึกในสงครามซีเรีย ประกาศตัวเป็นผู้สนับสนุนโ ดนัลด์ ทรัมป์ อย่างเต็มตัว โดยระบุว่าอดีตประธานาธิบดีเป็นผู้สมัครเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถนำสหรัฐฯ ออกจาก ‘เส้นทางสู่สงครามนิวเคลียร์’ ได้
ทรัมป์ เชิญ แกบบาร์ด ขึ้นเวทีระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในงานประชุมประจำปีของสมาคมกองกำลังป้องกันประเทศที่เมืองดีทรอยต์เมื่อวันจันทร์ (23 ส.ค.) โดยแนะนำอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฮาวายคนนี้ว่าเป็น “ผู้รักชาติอเมริกันอย่างแท้จริง” “มีสามัญสำนึกที่ยอดเยี่ยม” และ “มีจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่”
แกบบาร์ด กล่าวชื่นชมนโยบายต่างประเทศที่เป็นเอกเทศและไม่ไปวุ่นวายกับภูมิรัฐศาสตร์โลกของทรัมป์ โดยระบุว่า “เราเห็นสิ่งนี้ผ่านวาระแรกของเขาในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เขาไม่เพียงแต่ไม่ก่อสงครามใหม่ใดๆ แต่ยังลงมือปฏิบัติเพื่อลดระดับความรุนแรงและป้องกันสงครามอีกด้วย”
“ฉันไม่สามารถพูดแบบเดียวกันได้กับ กมลา แฮร์ริส… อันที่จริงแล้ว เธอต่างจากทรัมป์โดยสิ้นเชิง และเรากำลังเผชิญกับความเป็นจริงนี้ในปัจจุบัน เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้ทำให้เราต้องเผชิญกับสงครามหลายครั้งในหลายแนวรบในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก… โลกเฉียดจะเกิดสงครามนิวเคลียร์อย่างที่ไม่เคยเป็นก่อน”
“นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ฉันมุ่งมั่นที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อส่งประธานาธิบดีทรัมป์กลับทำเนียบขาว เพราะฉันมั่นใจว่างานแรกของเขาคือ…การพาสหรัฐฯ ออกจากเส้นทางสู่สงครามนิวเคลียร์”
แกบบาร์ด ลาออกจากพรรคเดโมแครตในปี 2022 โดยให้เหตุผลว่าพรรคตกอยู่ภายใต้การควบคุมโดยสมบูรณ์ของกลุ่มผู้กระหายสงคราม และกลุ่มอุดมการณ์ที่เรียกร้องความยุติธรรมทางสังคม (social-justice ideologues)
โดยทั้ง โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ และ แกบบาร์ด ระบุว่า นโยบายการให้เงินทุนแก่กองทัพยูเครนของประธานาธิบดี โจ ไบเดน และการใช้ระบบยุติธรรมและหน่วยข่าวกรองมาเป็นอาวุธเพื่อต่อต้านทรัมป์ เป็นปัจจัยสำคัญเบื้องหลังการตัดสินใจย้ายข้างของพวกเขา