Newsต่างประเทศTiger Balm สะเทือนจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน เนื่องจากพึ่งพาผู้จัดจำหน่ายรายเดียวสำหรับตลาดสหรัฐฯ

Tiger Balm สะเทือนจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน เนื่องจากพึ่งพาผู้จัดจำหน่ายรายเดียวสำหรับตลาดสหรัฐฯ

ยาหม่องตราเสือ กำลังเผชิญแรงกดดันจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน เนื่องจากพึ่งพาโรงงานผลิตเพียงแห่งเดียวในจีน และผู้จัดจำหน่ายรายเดียวสำหรับตลาดสหรัฐฯ ส่งผลให้แบรนด์ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้า

 

ยาหม่องตราเสือขนาดบรรจุ 0.63 ออนซ์ ซึ่งปกติจำหน่ายในสหรัฐฯ ในราคาประมาณ 8 ดอลลาร์ (268 บาท) แต่ตัวแทนจำหน่ายรายเดียวในอเมริกาอย่าง Prince of Peace Enterprises ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองลิเวอร์มอร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า อาจต้องปรับราคาขึ้นในอนาคตอันใกล้ หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนสูงถึง 145% ทั้งนี้ ยาหม่องตราเสือมียอดขายในสหรัฐฯ กว่า 30 ล้านดอลลาร์ (1,005 ล้านบาท) ในแต่ละปี

 

สำหรับตลาดสหรัฐฯ ยาหม่องตราเสือผลิตจากโรงงานในจีน และด้วยอัตราภาษีปัจจุบันตัวแทนจำหน่ายคาดว่าภาระภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ในปีนี้จะอยู่ระหว่าง 3-5 ล้านดอลลาร์ (100.48-167.47 ล้านบาท) ตามคำกล่าวของ แมตต์ ชิน ประธาน Prince of Peace Enterprises โดยค่าใช้จ่ายบางส่วนอาจถูกผลักภาระไปยังผู้บริโภค แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการปรับราคา

 

ทรัมป์สร้างแรงสั่นสะเทือนกับตลาดโลกเมื่อเดือนที่ผ่านมา ด้วยการกำหนดภาษีศุลกากรตอบโต้สำหรับสินค้านำเข้าจาก 90 ประเทศ แม้จะมีการเลื่อนการบังคับใช้ภาษีของสหรัฐฯ ออกไป 90 วัน สำหรับประเทศส่วนใหญ่ยกเว้นจีน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจา แต่ยังคงอัตราภาษีพื้นฐานไว้ที่ 10% โดยทรัมป์ได้กำหนดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนสูงถึง 125%  ซึ่งจีนตอบโต้ด้วยการปรับขึ้นภาษีสำหรับสินค้าจากสหรัฐฯ จาก 84% เป็น 125%

 

สำหรับอัตราภาษีปัจจุบันของสินค้านำเข้าประเภทยา ซึ่งเป็นสินค้าหลักในคลังสินค้าของ Prince of Peace ถูกกำหนดไว้ที่ 20% โดยได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีนำเข้าที่ทรัมป์เพิ่งประกาศไป อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ได้ให้คำมั่นว่าจะกำหนด “ภาษีครั้งใหญ่” สำหรับสินค้าประเภทนี้ในเร็วๆ นี้

 

Prince of Peace เป็นผู้จัดจำหน่ายยาหม่องตราเสือให้กับร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เช่น CVS และ Walmart รวมถึงร้านขายยาท้องถิ่น โดย แมตต์ ชิน ระบุว่า บริษัทได้จัดการสินค้าคงคลังและแบกรับต้นทุนภาษีที่เพิ่มขึ้นเอง โดยยังไม่มีการปรับราคาขายปลีก ส่งผลให้ความต้องการซื้อยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

 

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เช่น Walmart มักกำหนดให้มีการแจ้งการเปลี่ยนแปลงราคาล่วงหน้า 90 วัน ซึ่งหาก Walmart ไม่ยอมยกเว้นการปรับราคาที่เกิดจากภาษี ทางบริษัทจะต้องแบกรับส่วนต่างนี้เอง

 

(1 ดอลลาร์ = 33.49 บาท)

 

ที่มา: NBC News

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า