Newsต่างประเทศSamyang กระทบหลังเจอภาษีนำเข้าของทรัมป์ ด้านบริษัทเกาหลีหลายแห่งเริ่มแผนสร้างโรงงานในสหรัฐฯ เพื่อรับมือมาตรการภาษีและสงครามการค้าในอนาคต

Samyang กระทบหลังเจอภาษีนำเข้าของทรัมป์ ด้านบริษัทเกาหลีหลายแห่งเริ่มแผนสร้างโรงงานในสหรัฐฯ เพื่อรับมือมาตรการภาษีและสงครามการค้าในอนาคต

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Buldak ของ Samyang Foods อาจได้รับผลกระทบจากภาษี 25% ที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำหนดต่อสินค้านำเข้าจากเกาหลีใต้ ทำให้เกิดความกังวลว่าสินค้าที่ได้รับความนิยมทั่วโลกนี้อาจขึ้นราคาขายปลีกในตลาดสหรัฐฯ

 

เนื่องจากไม่มีโรงงานผลิตในสหรัฐฯ Samyang Foods อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านราคา และนำไปสู่การลดลงของยอดขายในตลาดต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของบริษัท นอกจาก Samyang แล้ว แบรนด์สินค้าอาหาร ความงาม และแฟชั่นของเกาหลี ต่างก็กำลังปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับมาตรการภาษีใหม่นี้

 

ยอดการส่งออกของ Samyang Foods ในปี 2024 มีมูลค่ารวม 1.34 ล้านล้านวอน (3.17 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วน 77% ของยอดขายรวมประจำปีที่ 1.73 ล้านล้านวอน (4.09 หมื่นล้านบาท) โดยตลาดอเมริกาเหนือคิดเป็น 28% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนหน้า 

 

ขณะที่ CJ CheilJedang และ Nongshim สองบริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ต่างมีโรงงานผลิตในสหรัฐฯ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดอเมริกาเหนือ โดย CJ CheilJedang ดำเนินการผ่านบริษัทย่อย Schwan’s Company ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถหลีกเลี่ยงมาตรการภาษี ทั้งนี้ บริษัทจำหน่ายเกี๊ยวและผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งอื่นๆ ภายใต้แบรนด์ Bibigo และเพิ่งประกาศแผนสร้างโรงงานแห่งใหม่ในเซาท์ดาโคตา ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2027 

 

การส่งออกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของเกาหลีใต้ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,250 ล้านดอลลาร์ (4.27 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 31.1% จากปีก่อนหน้า โดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นสินค้าส่งออกด้านอาหารอันดับต้นๆ ของประเทศ ควบคู่กับขนมขบเคี้ยว รองลงมาคือผลิตภัณฑ์จากข้าว กิมจิ เครื่องดื่ม และโสม

 

ผู้ผลิตสินค้าความงามก็ไม่พ้นความเสี่ยงจากภาษีนำเข้าเช่นกัน โดยในปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าความงามจากเกาหลีใต้เป็นมูลค่ากว่า 1,700 ล้านดอลลาร์ (5.81 หมื่นล้านบาท) สูงกว่าฝรั่งเศสซึ่งอยู่ที่ 1,260 ล้านดอลลาร์ (4.3 หมื่นล้านบาท)

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่า สัดส่วนตลาดสินค้าความงามจากเกาหลีในสหรัฐฯ อาจไม่ได้รับผลกระทบมากนักแม้เผชิญกับมาตรการภาษีนำเข้า เนื่องจากแบรนด์เกาหลีมีจุดแข็งด้านราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับแบรนด์คู่แข่งจากประเทศอื่น ขณะที่ Amorepacific บริษัทความงามรายใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ก็ลดทอนความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของภาษีต่อบริษัทย่อยในสหรัฐฯ

 

นอกจากนี้ บริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ความงามรายใหญ่ของเกาหลีใต้หลายแห่งได้ขยายฐานการผลิตในสหรัฐฯ โดย Kolmar Korea มีโรงงานผลิตในรัฐเพนซิลเวเนีย และมีแผนจะเปิดโรงงานแห่งที่ 2 ภายในเดือน มิ.ย. ส่วน Cosmax มีโรงงานผลิตในรัฐนิวเจอร์ซีย์ 

 

ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ยังสร้างความกังวลให้กับผู้ผลิตสินค้าแฟชั่นจากเกาหลีใต้ที่มีโรงงานผลิตในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการตอบโต้ทางภาษี

 

Hansae บริษัท OEM (รับจ้างผลิตสินค้าให้กับบริษัทที่จะไปขายในแบรนด์ของตัวเอง) ด้านแฟชั่นของเกาหลีใต้ ที่มีโรงงานผลิต 8 แห่งในเวียดนามซึ่งถูกกำหนดอัตราภาษีตอบโต้ 46% ได้ประกาศเพิ่มการผลิตร่วมกับ Texollini ซึ่งเป็นโรงงานสิ่งทอในแคลิฟอร์เนียเพื่อเพิ่มสินค้า Made in America

 

ขณะที่ SAE-A บริษัท OEM อีกแห่งของเกาหลีใต้ซึ่งมีโรงงานนครโฮจิมินห์และฮานอย กำลังพิจารณาปรับปริมาณการผลิตในโรงงานที่กระจายอยู่ใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ 

 

(1 วอน = 0.024 บาท)

(1 ดอลลาร์ = 34.18 บาท)

 

ที่มา: Korea Times 



 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า