รายได้หด 25% จากนโยบายภาษีของทรัมป์ นโยบายผู้นำสหรัฐฯ ทำรายได้ค่ายรถยักษ์ใหญ่หดตัว กว่า 3.8 แสนล้านบาท (ยังไม่นับค่ายรถยนต์จากจีน)
วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า มาตรการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โลก โดยส่งผลให้ผู้ผลิตรายใหญ่สูญเสียรายได้รวมแล้วเกือบ 12,000 ล้านดอลลาร์ (3.87 แสนล้านบาท)
โดย Toyota ถูกกระทบหนักที่สุด สูญรายได้กว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ (9.69 หมื่นล้านบาท) ในไตรมาส 2 และคาดว่าผลกระทบจากภาษีจะสะสมสูงถึง 9,500 ล้านดอลลาร์ (3.07 แสนล้านบาท) ภายในสิ้นปีงบประมาณเดือนมีนาคม 2026 ขณะที่ Volkswagen, Ford และ GM ต่างรายงานผลขาดทุนเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ (3.23 หมื่นล้านบาท) ในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วน Tesla ได้รับผลกระทบในระดับต่ำสุดในกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ โดยสูญรายได้ประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ (9.69 พันล้านบาท)
ทั้งนี้ วอลล์สตรีทเจอร์นัลประเมินว่า กำไรสุทธิของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ 10 รายทั่วโลก (ไม่รวมจีน) อาจลดลงมากถึง 25% ภายในสิ้นปีนี้ โดยผลกระทบจากภาษีเกิดขึ้นในช่วงที่ยอดขายในยุโรปและจีนชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ผู้ผลิตจีนสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในยุโรปเป็น 5.1%
สำหรับมาตรการภาษีดังกล่าว ทรัมป์ประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายน โดยกำหนดอัตราภาษี 10% สำหรับรถยนต์และชิ้นส่วนจากทุกประเทศ เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน และตามมาด้วยการปรับอัตราเฉพาะประเทศในวันที่ 9 เมษายน ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดี (7 ส.ค.) รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ขยายขอบเขตของมาตรการเพิ่มเติมอีกครั้ง ครอบคลุมประเทศใหม่เกือบ 70 แห่ง รวมถึงสหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ บราซิล อินเดีย และไต้หวัน
(1 ดอลลาร์ = 32.32 บาท)
#TheStructure
#TheStructureNews
#ภาษีทรัมป์ #รถยนต์ #ภูมิรัฐศาสตร์