ยักษ์ใหญ่น้ำมัน แคนาดาเตรียมลดพึ่งตลาดสหรัฐฯ หลังเจอการขู่เรียกเก็บภาษีในสงครามการค้าของโดนัลด์ ทรัมป์
ตลาดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอเมริกาเหนือกำลังเผชิญความไม่แน่นอนครั้งใหญ่ เมื่อผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของแคนาดาออกโรงเตือนว่าอาจพิจารณากระจายการส่งออกไปยังประเทศอื่น หากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงเดินหน้าใช้นโยบายขู่เรียกเก็บภาษี
แดเนียล สมิธ (Danielle Smith) ผู้ว่าการรัฐอัลเบอร์ตา ได้นำเสนอวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคตของทวีปอเมริกาเหนือในงานประชุมพลังงาน CERAWeek เมื่อวันพุธ (12 มี.ค.) ที่ผ่านมา โดยหนึ่งในแนวทางที่เสนอคือ การสร้าง “Fortress North America” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ ในการพัฒนาท่อส่งน้ำมันใหม่ เพื่อรองรับการส่งออกน้ำมันเพิ่มเติม 2 ล้านบาร์เรลต่อวันไปยังตลาดสหรัฐฯ
สมิธ ระบุว่า แนวทางดังกล่าวจะสนับสนุนวาระ “การครองความเป็นผู้นำด้านพลังงาน” ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โดยช่วยให้สหรัฐฯ สามารถเพิ่มการส่งออกน้ำมันไปยังตลาดโลกได้ ด้วยการนำเข้าน้ำมันจากแคนาดา ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรที่ใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังช่วยรักษาราคาน้ำมันในสหรัฐฯ ให้อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายที่ทรัมป์ใช้หาเสียงด้วย
“อัลเบอร์ตาต้องการจัดหาพลังงานให้กับสหรัฐฯ เพื่อช่วยให้สหรัฐฯ สามารถเอาชนะจีนในการแข่งขันเพื่อครองความเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)” “ฉันไม่คิดว่าพวกเราคนใดอยากเห็นระบอบคอมมิวนิสต์เผด็จการกลายเป็นผู้นำระดับโลกในด้าน AI” สมิธ กล่าว
ส่วนอีกทางเลือกหนึ่ง สมิธ กล่าวว่า หากโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงดำเนินสงครามการค้ากับแคนาดา อัลเบอร์ตาอาจเริ่มมองหาลูกค้าสำหรับน้ำมันและก๊าซนอกเหนือจากตลาดสหรัฐฯ
ทั้งนี้ แคนาดาเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก โดยรัฐอัลเบอร์ตาเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ในปี 2023 ประมาณ 97% ของการส่งออกน้ำมัน 4 ล้านบาร์เรลต่อวันของแคนาดาส่งไปยังสหรัฐฯ โดยส่วนที่เหลือส่งไปยังประเทศในยุโรปและฮ่องกง
ตามข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านพลังงานของแคนาดา รัฐอัลเบอร์ตาเป็นผู้จัดหาน้ำมันถึง 87% ของการส่งออกน้ำมันทั้งหมดที่ส่งจากแคนาดาไปยังสหรัฐฯ ในปี 2023
ผู้ว่าการรัฐอัลเบอร์ตาเปิดเผยว่า แคนาดากำลังพัฒนาโครงการใหม่อย่างน้อย 6-7 โครงการ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับกรณีที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงความร่วมมือกับสหรัฐฯ ได้
ความไม่แน่นอนจากนโยบายขู่เรียกเก็บภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้บีบให้รัฐอัลเบอร์ตาเริ่มมองหาตลาดส่งออกน้ำมันใหม่ โดย ไบรอัน จีน (Brian Jean) รัฐมนตรีพลังงานของอัลเบอร์ตา เปิดเผยว่า อัลเบอร์ตาได้เริ่มการเจรจาอย่างจริงจังกับประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และหลายประเทศในยุโรป เพื่อขยายตลาดส่งออกน้ำมัน โดยระบุว่า “ความจริงคือเรากำลังมองหาโอกาสในทุกทิศทางในขณะนี้ ยกเว้นสหรัฐฯ ซึ่งเราไม่ได้ให้ความสำคัญในขณะนี้”
นโยบายการเรียกเก็บภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดการเงินและสร้างความสับสนให้กับนักลงทุนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษี 25% สำหรับการนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากแคนาดา อย่างไรก็ตาม เขาได้เลื่อนการขึ้นภาษีน้ำมันและก๊าซของแคนาดา รวมถึงสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) ออกไปเป็นวันที่ 2 เม.ย.
คริส ไรท์ (Chris Wright) รัฐมนตรีพลังงานของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การบรรลุข้อตกลงกับแคนาดาเพื่อหลีกเลี่ยงการเรียกเก็บภาษีสำหรับน้ำมัน ก๊าซ และพลังงานอื่นๆ “เป็นไปได้อย่างแน่นอน” แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผล โดยไรท์กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราสามารถลดภาษีให้เหลือศูนย์หรือในระดับต่ำมากได้ แต่ต้องเป็นไปในลักษณะต่างตอบแทน”
ทั้งนี้ หากการเรียกเก็บภาษีมีผลบังคับใช้ รัฐอัลเบอร์ตาอาจต้องใช้เวลาสักพักในการปรับเปลี่ยนตลาดไปสู่ตลาดอื่นนอกเหนือจากสหรัฐฯ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านท่อส่งน้ำมันในแคนาดาส่วนใหญ่เชื่อมต่อกับสหรัฐฯ โดยมีเพียงท่อส่งน้ำมันเส้นเดียวที่เชื่อมต่อจากอัลเบอร์ตาไปยังชายฝั่งตะวันตกของประเทศในรัฐบริติชโคลัมเบีย ซึ่งสามารถเข้าถึงตลาดในเอเชียได้ และไม่มีท่อส่งน้ำมันที่เชื่อมต่อไปยังชายฝั่งตะวันออกของประเทศ
ที่มา: CNBC