ทรัมป์จะถูกขับไล่ เพราะตั้งกำแพงภาษีสูงเกินไป ‘วรวุฒิ’ ชี้นโยบายการค้าเสรีที่ทำให้สหรัฐเคยได้ประโยชน์ในอดีต คือสิ่งที่ทำให้จีนแข็งแกร่ง จนสหรัฐแข่งกับจีนได้ยาก
วรวุฒิ อุ่นใจ ผู้ก่อตั้งบริษัท ออฟฟิศเมท จำกัด (มหาชน) โพสต์ข้อความกล่าวถึงประกาศการขึ้นกำแพงภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐว่า
“การขึ้นภาษีของทรัมป์ เท่ากับบีบให้คนอเมริกันใช้ของแพง
จากการนำเข้าสินค้าประเทศอื่นๆที่ไม่ใช่จากจีน เพราะต้นทุนผลิตของสหรัฐอเมริกาสู้ต้นทุนผลิตของประเทศอื่นไม่ได้ ถึงนำเข้ามาขายแทนสินค้าที่ผลิตในประเทศ กว่าจะปรับตัวผลิตสินค้าต่างๆด้วยตัวเอง จนทำราคาได้ถูกก็ต้องมี3-5ปีขึ้นไป
การนำเข้าสินค้านั้นเป็นแนวคิดของสหรัฐเองนั่นแหละ เมื่อ30กว่าปีก่อนในเรื่อง globalization (โลกาภิวัตน์) และ outsource (การจ้างบุคคลภายนอก) การผลิตไปยังต่างประเทศอย่างจีน ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาทำกำไรมหาศาลจากแนวคิดนี้ เพราะแบรนด์ตัวเองแข็งแต่ใช้ต้นทุนการผลิตที่ต่ำของจีนบุกตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก
ถ้าไปดูห้างค้าปลีกใหญ่ๆของสหรัฐทุกรายมี ownbrand (แบรนด์ของตนเอง) เป็นสัดส่วนการขายสูงถึง40-60%ของยอดขายทั้งหมดเลยทีเดียว
แต่จ้างผลิตเพลินทำกำไรเพลินจนวันหนึ่งจีนพัฒนาตัวเองจนแข็งแกร่งขึ้นมา เพราะจีนไม่ได้รับจ้างสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวเสียที่ไหน แต่เป็นโรงงานผลิตให้คนทั้งโลกมาตลอด30-40ปีที่ผ่านมา มาวันนี้กำลังผลิตมหาศาลที่ป้อนคนในประเทศ1400ล้านคน รวมไปถึงตลาดอีก200ประเทศทั่วโลก มันใหญ่จนใครก็ผลิตแข่งกับจีนลำบากแล้ว
ว่าไปแล้วสหรัฐอเมริกานั่นแหละ เป็นตัวการสร้างความแข็งแกร่งให้กับจีนจากนโยบาย outsource ของตัวเอง และสอนให้ทุกประเทศทำตามแนวคิดของตัวเองด้วยคำว่า globalization และบีบให้โลกตอบรับด้วยคำว่า free trade (การค้าเสรี) ที่ตัวเองเคยได้เปรียบคนอื่นมาก่อน
ขึ้นภาษีจากจีน 104%เมื่อไหร่ สินค้าในสหรัฐอเมริกาจะขึ้นราคาเร็วจนคนอเมริกันรับมือไม่ได้ทันแน่ นั่นคือทรัมป์น่าจะโดนคนอเมริกันประท้วงขับไล่ก่อนที่จะทำลายจีนได้สำเร็จมากกว่า..”