ดึงงานกลับสหรัฐ-ลดภาษี และลงโทษบริษัทที่อยู่ต่างประเทศ ‘ทรัมป์’ เผยนโยบายในการการลงทุนและการจ้างงาน เพื่อดึงความมั่งคั่งกลับคืนจากต่างประเทศ
โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน กล่าวปราศรัยบนเวทีหาเสียงในเมืองซาวันนาห์ รัฐจอร์เจีย เมื่อวันอังคาร (23 ก.ย.) ว่าเขาจะพยายาม “ดึงงาน” จากต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงพันธมิตรของสหรัฐฯ อย่าง เกาหลีใต้ เยอรมนี และคู่แข่งอย่างจีน กลับมา หากเขาชนะการเลือกตั้งในวันที่ 5 พ.ย.
พร้อมกันนั้นทรัมป์ยังให้คำมั่นว่า จะฟื้นฟูภาคการผลิตขึ้นมาอีกครั้ง โดยใช้แผนการตัดลดภาษี และลดข้อจำกัดต่างๆ ของผู้ประกอบการ เพื่อกระตุ้นให้บริษัทต่างๆ ย้ายฐานการผลิตมายังสหรัฐฯ รวมถึงจะตั้งกำแพงภาษีที่สูงมากต่อสินค้าที่ผลิตในต่างประเทศ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ และจะลงโทษบริษัทสัญชาติอเมริกันที่ย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ
การรักษาและสร้างงานในภาคการผลิตด้วยการกำหนดภาษีศุลกากรที่สูงมากต่อทั้งมิตรและศัตรูได้กลายมาเป็นประเด็นหลักในการปราศรัยเกี่ยวกับนโยบายทางเศรษฐกิจของทรัมป์
ทรัมป์ กล่าวว่า เขาจะตอบแทนบริษัทที่มีฐานการผลิตอยู่ในสหรัฐฯ ด้วยการยกเว้นภาษีของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าทำการวิจัยและพัฒนา รวมถึงสิทธิประโยชน์การหักต้นทุนเครื่องจักรหนักในปีแรก, จะแต่งตั้งทูตการผลิตระดับโลกเพื่อโน้มน้าวให้บริษัทต่างชาติย้ายมาสหรัฐฯ และจะจัดตั้งเขตพิเศษที่มีภาษีต่ำมากและไม่มีข้อจำกัดที่วุ่นวายบนที่ดินของรัฐบาลกลางสำหรับผู้ผลิตที่ตั้งฐานการผลิตในสหรัฐฯ พร้อมกับย้ำคำมั่นสัญญาที่จะลดอัตราภาษีนิติบุคคลจาก 21% เหลือ 15% สำหรับบริษัทที่ผลิตสินค้าในสหรัฐฯ
คำปราศรัยของทรัมป์ เกิดขึ้นในขณะที่เขาและรองประธานาธิบดี กมลา แฮร์ริส คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต กำลังแข่งขันกันเพื่อโน้มน้าวใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งในรัฐสมรภูมิอย่างจอร์เจียว่าพวกเขาจะเป็นผู้พิทักษ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดีที่สุด
โพลหลายสำนักชี้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นกังวลเกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพที่สูงและงานมากที่สุด ผลโพล Reuters/Ipsos ล่าสุดชี้ว่า ในด้านเศรษฐกิจ การว่างงาน และการจ้างงาน ทรัมป์ มีความนิยมนำ แฮร์ริส อยู่ที่ 43 – 41 เปอร์เซ็นต์