ระงับขึ้นภาษีชั่วคราว หลังแคนาดา-เม็กซิโกยอมทรัมป์ โดยตกลงแล้วว่าจะเพิ่มมาตรการความปลอดภัยชายแดน เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดและผู้อพยพข้ามแดน
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (3 ก.พ.) ประกาศชะลอแผนการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกและแคนาดาในอัตรา 25% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันนี้ (4 ก.พ.) ออกไปอีก 30 วัน เพื่อแลกกับการที่ประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 2 ยอมบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับชายแดนและอาชญากรรมเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของทรัมป์ในการปราบปรามผู้อพยพ, การลักลอบขนเฟนทานิล และการฟอกเงิน อย่างไรก็ตาม มาตรการเรียกเก็บภาษีอัตรา 10% จากจีนจะยังคงมีผลบังคับใช้
แคนาดาตกลงที่จะติดตั้งเทคโนโลยีใหม่และเพิ่มกำลังทหารตามแนวชายแดนที่ติดกับสหรัฐฯ รวมถึงริเริ่มความร่วมมือเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบขนเฟนทานิล และการฟอกเงิน ขณะที่เม็กซิโกตกลงที่จะเพิ่มเจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาดินแดน 10,000 นาย เพื่อยับยั้งการไหลเข้าของผู้อพยพผิดกฎหมายและยาเสพติดมายังสหรัฐ ส่วนฝ่ายสหรัฐฯ เองก็ให้คำมั่นว่าจะป้องกันการลักลอบขนอาวุธอานุภาพสูงไปยังเม็กซิโก
ทรัมป์ โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า “ในฐานะประธานาธิบดี เป็นความรับผิดชอบของผมที่จะต้องดูแลความปลอดภัยของชาวอเมริกันทุกคน… ผมกำลังทำอย่างนั้น และผมพอใจกับผลลัพธ์เบื้องต้นนี้เป็นอย่างมาก”
ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดสงครามการค้าซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและส่งผลให้ราคาสินค้าของผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น หลังจากการสนทนาทางโทรศัพท์กับผู้นำทั้งสอง ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะพยายามเจรจาข้อตกลงทางเศรษฐกิจกับ 2 ประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในเดือนหน้า ซึ่งเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศมีความเกี่ยวพันอย่างแน่นแฟ้นกับสหรัฐฯ มาตั้งแต่มีการบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีครั้งสำคัญในช่วงทศวรรษ 1990
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อตกลลงใดๆ เกิดขึ้นกับจีน โดยภาษีศุลกากร 10% ขณะนี้มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เวลา 00:01 น. ของวันที่ 4 ก.พ. ตามเวลาสหรัฐฯ ซึ่งโฆษกทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์จะยังไม่พูดคุยกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนจนกว่าจะถึงช่วงปลายสัปดาห์นี้ ทรัมป์ยังเตือนด้วยว่าเขาอาจเพิ่มภาษีศุลกากรต่อจีนอีก “ผมหวังว่าจีนจะหยุดส่งเฟนทานิลมายังสหรัฐฯ เพราะหากไม่ทำเช่นนั้น ภาษีศุลกากรจะสูงขึ้นอย่างมาก” เขากล่าว
ขณะที่จีนตอบโต้โดยกล่าวว่า เฟนทานิลถือเป็นปัญหาของสหรัฐฯ เอง และจีนจะยื่นเรื่องต่อองค์การการค้าโลก (WTO) พร้อมทั้งจะใช้มาตรการตอบโต้อื่นๆ แต่ยังเปิดช่องสำหรับการเจรจา
ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่าสหภาพยุโรปซึ่งมีสมาชิก 27 ประเทศจะเป็นเป้าหมายต่อไปในแผนมาตรการภาษี แต่ไม่ได้ระบุว่าเมื่อใด