แม้ ‘ทรัมป์’ ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี แต่ก็ยังคงเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา ของพรรครีพับลิกันต่อไป
นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ถูกตัดสินว่ามีความผิดใน 34 ข้อหา ฐานปลอมแปลงบันทึกทางธุรกิจที่มีผลต่อผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559 เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2567
ซึ่งนี่ถือเป็นคำพิพากษาครั้งประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐถูกตัดสินว่ามีความผิดทางอาญา ในขณะที่ทรัมป์ เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน และอยู่ในระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
ทั้งนี้ คณะลูกขุนนิวยอร์ก 12 คน ได้ทำการไตร่ตรองกว่าวันครึ่ง ก่อนจะลงมติเอกฉันท์ว่า นายทรัมป์ปลอมแปลงบันทึกทางธุรกิจเพื่อปกปิดการจ่ายเงินลับจำนวน 130,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 4.7 ล้านบาท) ให้กับ น.ส. สเตฟานี คลิฟฟอร์ด (ชื่อในการแสดงคือ สตอร์มี แดเนียลส์) ดาราภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่
เพื่อเป็นการปิดปากความสัมพันธ์ฉันชู้สาวระหว่างเธอกับนายทรัมป์ เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลต่อการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 ซึ่งนี่เป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของรัฐบาลกลาง
ผู้พิพากษา ฮวน เมอร์ชาน กำหนดโทษจำคุก 4 ปี ในวันที่ 11 ก.ค. เพียง 4 วันก่อนการประชุมแห่งชาติของพรรครีพับลิกัน แต่ในฐานะที่เป็นผู้กระทำความผิดครั้งแรกของผู้ที่ไม่ได้ใช้แรงงาน นายทรัมป์อาจจะไม่ต้องจำคุก แต่อาจจะถูกภาคทัณฑ์แทน
ในระหว่างการอ่านคำตัดสิน นายทรัมป์มีสีหน้านิ่งเงียบ แต่กล่าวกับผู้สื่อข่าวนอกห้องพิจารณาคดีว่า นี่เป็น “การพิจารณาคดีที่หลอกลวงและน่าอับอาย” และกล่าวว่า “คำตัดสินที่แท้จริง” จะมีขึ้นในวันเลือกตั้ง ในขณะที่ทีมกฎหมายของทรัมป์ส่งสัญญาณว่าจะมีการยื่นอุทธรณ์คดีนี้
นายทรัมป์กล่าวว่าการตัดสินคดีในครั้งนี้เป็นการแทรกแซงการเลือกตั้งที่จะส่งผลกระทบต่อการหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะมีขึ้นในปีนี้ อีกทั้งคดีนี้เป็นเพียงคดีเดียวจาก 4 คดี ที่จะมีการไต่สวนก่อนวันเลือกตั้งในเดือน พ.ย. ส่วนคดีอื่นมีการดำเนินการด้วยความล่าช้า อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อการหาเสียงของทรัมป์
ซึ่งจากผลการสำรวจล่าสุดของ NPR/PBS NewsHour/Marist ในเดือน พ.ค. พบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 17% อาจจะไม่ลงคะแนนให้ทรัมป์หากว่าเขามีความผิด ในขณะที่ 15% อาจจะลงคะแนนให้ทรัมป์ และอีก 67% ระบุว่าผลของการตัดสินคดีลับ ๆ ของทรัมป์ไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจของพวกเขา
นายเอียน แซม โฆษกสำนักที่ปรึกษาทำเนียบขาวกล่าวว่า “เราเคารพหลักนิติธรรม และไม่มีความเห็นใดเพิ่มเติม” ในขณะที่การรณรงค์หาเสียงของประธานาธิบดีโจ ไบเดนกลับกล่าวว่า “วันนี้ในนิวยอร์ก เราไม่เห็นว่าใครอยู่เหนือกฎหมาย”
นายไมเคิล ไทเลอร์ โฆษกการรณรงค์หาเสียงของไบเดน กล่าวว่า “มีหนทางเดียวเท่านั้นที่จะกันโดนัลด์ ทรัมป์ออกจากทำเนียบขาว นั่นคือกล่องลงคะแนนเสียง ไม่ว่าจะถูกตัดสินว่ามีความผิดหรือไม่ ทรัมป์จะได้รับการเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน”
ที่มา – https://www.npr.org/2024/05/30/nx-s1-4977352/trump-trial-verdict