ทรัมป์เดือด! จวกยุโรปตะวันตกกำลังพัง เพราะนโยบายเปิดพรมแดนรับคนลักลอบเข้าเมือง พร้อมตำหนิผู้นำยุโรปว่า “อ่อนแอ ไร้ความกล้า”
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) เมื่อวันอังคาร (23 ก.ย.) โดยเตือนว่า “นโยบายเปิดพรมแดน” และ “แนวคิดด้านพลังงานที่เป็นการฆ่าตัวตาย” กำลังนำพายุโรปตะวันตกไปสู่หายนะ พร้อมเรียกร้องให้เร่งดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อหยุดยั้งสถานการณ์
“ถ้ายังปล่อยไว้แบบนี้ ทุกอย่างจะพังพินาศ” ทรัมป์กล่าวอย่างเคร่งเครียด “นี่คือวิกฤตทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในยุคของเรา”
เขากล่าวหาสหประชาชาติว่าใช้งบประมาณกว่า 372 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 เพื่อสนับสนุนผู้อพยพกว่า 624,000 คนเข้าสู่สหรัฐฯ โดยมองว่าเป็นการ “เทงบประมาณเพื่อทำลายประเทศตะวันตกและพรมแดนของพวกเขา” พร้อมเสริมว่า “ประเทศของคุณกำลังถูกทำลายอย่างเป็นระบบ”
ทรัมป์ยังกล่าวว่า ยุโรปกำลังเผชิญ “ปัญหาร้ายแรง” และถูก “รุกราน” ด้วย “กระแสผู้ลักลอบเข้าเมืองที่ทะลักเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง” พร้อมตำหนิผู้นำยุโรปว่า “อ่อนแอ ไร้ความกล้า เพราะมัวแต่กลัวจะไม่ถูกต้องทางการเมือง”
เขายังพาดพิงถึงกรุงลอนดอน โดยระบุว่าเมืองนี้ “เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้” และกำลังเคลื่อนไปสู่การปกครองตามกฎหมายชารีอะห์ พร้อมวิจารณ์นายกเทศมนตรีซาดิก ข่านว่า “นายกเทศมนตรีที่แย่”
“โลกนี้งดงามเพราะแต่ละประเทศมีเอกลักษณ์ของตัวเอง” ทรัมป์กล่าวเสียงกร้าว “แต่ถ้าจะรักษาไว้ได้ ทุกประเทศต้องมีสิทธิ์ควบคุมพรมแดนของตัวเอง และจำกัดจำนวนผู้อพยพที่ทะลักเข้ามา”
เขาย้ำว่าสหรัฐฯ ยังคงมีเมตตาต่อผู้ที่เผชิญความยากลำบากในประเทศของตน แต่ไม่ควร “นำปัญหาจากประเทศอื่นเข้ามาสร้างปัญหาใหม่ในประเทศของเรา” โดยเฉพาะผู้ที่ “ฝ่าฝืนกฎหมายและแอบอ้างสิทธิ์ลี้ภัยโดยไม่มีมูลความจริง”
“คุณทำไปเพราะอยากดูดี อยากเป็นคนดี” ทรัมป์กล่าวกับผู้นำยุโรป “แต่คุณกำลังทำลายรากเหง้าของตัวเองด้วยมือของคุณเอง” พร้อมเรียกร้องให้ยุติ “การทดลองที่ล้มเหลวของนโยบายเปิดพรมแดน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
#TheStructure
#TheStructureNews
#ทรัมป์ #UN #ผู้อพยพ