ดีลจบ! ‘ทรัมป์’ ประกาศบรรลุข้อตกลงอิหร่าน สั่งถอนทัพเรือเปิดอ่าวฮอร์มุซ ดับไฟราคาพลังงานโลก สวนทาง ‘เนทันยาฮู’ ที่ยังดื้อดึงถล่มเบรุต จนโดนทรัมป์เตือนในวันเดียวกัน
ดีลจบ! ‘ทรัมป์’ ประกาศบรรลุข้อตกลงอิหร่าน สั่งเปิดอ่าวฮอร์มุซดับไฟราคาพลังงาน พร้อมขีดเส้นตายหยุดยิง ‘อิสราเอล-เลบานอน’
กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ของภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาโพสต์ข้อความสายฟ้าแลบผ่านโซเชียลมีเดีย ประกาศว่าสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมสั่งยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลทั้งหมดในทันที
“ข้อตกลงกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเสร็จสมบูรณ์แล้ว ขอแสดงความยินดีกับทุกคน! ผมขออนุมัติอย่างเต็มรูปแบบให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีการเก็บค่าผ่านทาง และในขณะเดียวกันนี้ ขอสั่งการให้ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในทันที… เรือทั่วโลก สตาร์ทเครื่องยนต์ของคุณได้เลย ปล่อยให้น้ำมันไหลเวียนเสียที! – ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์”
🔴 ดับไฟความตึงเครียด “ราคาพลังงานโลก”
การประกาศเปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” (Strait of Hormuz) แบบไร้ค่าผ่านทางและไร้การปิดล้อม ถือเป็นสัญญาณบวกครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายเดือนสำหรับตลาดทุนและตลาดพลังงานโลก เนื่องจากช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ขนส่งน้ำมันดิบกว่า 20% ของปริมาณความต้องการทั่วโลก
ท่าทีของทรัมป์ในครั้งนี้ เป็นการปลดล็อกความกังวลของนักลงทุนโดยตรง คำสั่ง “Let the oil flow!” หรือปล่อยให้น้ำมันไหลเวียน จะส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ด้านพลังงานกลับมาสู่สภาวะปกติ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดความตึงเครียดของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นจากภาวะสงคราม และช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่กำลังเล่นงานเศรษฐกิจในหลายประเทศ
🔴 ขีดเส้นตายสมรภูมิเลบานอน เบรก ‘อิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์’
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ข้อตกลงสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางเดินหน้าต่อไปได้อย่างสมบูรณ์ ทรัมป์ตระหนักดีว่าความขัดแย้งที่ยังคุกรุ่นในเลบานอนคือตัวแปรสำคัญที่อาจทำให้ดีลนี้พังทลายลงได้
ล่าสุดในวันเดียวกัน ทรัมป์ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างเฉียบขาดไปยังพันธมิตรอย่าง “อิสราเอล” รวมถึงกลุ่มติดอาวุธ “ฮิซบอลเลาะห์” โดยระบุว่า
“ต้องไม่มีการโจมตีจากอิสราเอลในพื้นที่ใดๆ ของเลบานอนอีกต่อไป และต้องไม่มีการโจมตีจากฝ่ายอื่นใด รวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ที่มุ่งเป้าโจมตีอิสราเอลอีกต่อไปเช่นกัน”
ข้อความดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์การทูตที่ดุดันและเด็ดขาดของทรัมป์ ที่ต้องการควบคุมสถานการณ์ในตะวันออกกลางแบบเบ็ดเสร็จ โดยไม่ยอมให้ความขัดแย้งตามแนวชายแดนอิสราเอล-เลบานอน ลุกลามจนกลายเป็นข้ออ้างให้ข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านต้องสะดุดลง
สถานการณ์หลังจากนี้จึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่า รัฐบาลอิสราเอลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู จะตอบสนองต่อ “เส้นตาย” ที่ทรัมป์ขีดไว้อย่างไร เพราะความอยู่รอดของสันติภาพตะวันออกกลางและเสถียรภาพของพลังงานโลกในขณะนี้ ล้วนขึ้นอยู่กับการยุติเสียงปืนในเลบานอนอย่างแท้จริง
#TheStructure
#TheStructureNews
#โดนัลด์ทรัมป์ #อิหร่าน #ราคาน้ำมัน