สงครามยูเครน มาจากการถูกยั่วยุ ที่ปรึกษาของทรัมป์ชี้ คำมั่นสัญญาของรัฐบาลไบเดน ที่จะให้ยูเครนเข้าร่วมนาโต ทำให้เกิดความขัดแย้ง
สตีฟ วิทคอฟฟ์ ที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า ความขัดแย้งในยูเครนนั้นมาจากการ “ถูกยั่วยุ” และเป็นเรื่องผิดที่จะโทษรัสเซียเพียงฝ่ายเดียว เนื่องจากรัสเซียเพียงแต่ตอบโต้ต่อภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่เกิดจากคำมั่นสัญญาของชาติตะวันตกที่จะยอมรับยูเครนเข้าร่วมนาโต
วิตคอฟฟ์ กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ CNN เมื่อถูกถามว่า การที่รัฐบาลสหรัฐฯ เลือกเจรจากับรัสเซียแทนที่จะดำเนินการช่วยเหลือยูเครนต่อไป ถือเป็นการเลือกข้างที่ถูกต้องหรือไม่?
สถานการณ์ไม่ได้แยกเป็นขาวดำ โดยที่รัสเซียเป็น “คนร้าย” วิทคอฟฟ์ กล่าวกับ เจค แทปเปอร์ ของ CNN “สงครามมันไม่ควรเกิดขึ้น แต่มันถูกยั่วยุให้เกิด และก็ไม่ได้หมายความว่าถูกยั่วยุโดยรัสเซียเสมอไป” “ก่อนที่ความขัดแย้งจะเกิดขึ้นมีการพูดคุยกันมากมายเกี่ยวกับการเข้าร่วม NATO ของยูเครน ซึ่งเรื่องนี้รัสเซียถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของพวกเขาโดยตรง และกระตุ้นให้รัสเซียออกมาตอบโต้”
วิตคอฟฟ์ ยังได้พูดถึงความพร้อมของรัสเซียที่จะยุติความขัดแย้งอย่างรวดเร็วผ่านการเจรจา โดยอ้างถึงการเจรจาที่จัดขึ้นในเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกีเมื่อฤดูใบไม้ผลิปี 2022 ไม่นานหลังจากรัสเซียเริ่มปฏิบัติการทางทหาร แต่กระบวนการสันติภาพสิ้นสุดลงอย่างกะทันหันในเดือน พ.ค. ของปีนั้น เมื่อยูเครนถอนตัวจากการเจรจา หลังจากที่ บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษในขณะนั้น เรียกร้องให้ยูเครนสู้รบต่อไป
วิตคอฟฟ์ยังได้ชี้ว่าในการเจรจาที่อิสตันบูล ทางรัสเซียเองมีท่าทีตอบสนองต่อการยุติความขัดแย้ง ผ่านการเจรจาที่ตรงจุดและมีนัยสำคัญ
“ทั้งสองฝ่ายเกือบจะได้ลงนามในข้อตกลงบางอย่างแล้ว” วิตคอฟฟ์กล่าว
การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ตุรกีเป็นเจ้าภาพในปี 2022 ส่งผลให้เกิดข้อตกลงเบื้องต้นสำหรับสนธิสัญญาที่จะทำให้ยูเครนกลายเป็นประเทศที่เป็นกลาง (neutral nation) ที่มีกำลังทหารจำกัด โดยมีการรับประกันความปลอดภัยจากมหาอำนาจของโลก รวมถึงรัสเซีย
ตามคำกล่าวของ วิตคอฟฟ์ รัฐบาลสหรัฐฯ อาจใช้ข้อตกลงเบื้องต้นที่อิสตันบูลเป็นกรอบและ “แนวทาง” สำหรับข้อตกลงสันติภาพในอนาคต
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วลาดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวถึงการเจรจาที่อิสตันบูลว่าเป็น “จุดอ้างอิงที่สำคัญและเป็นเวทีที่ทุกฝ่ายเข้าใกล้ข้อตกลงมากที่สุด”
นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงตุรกีว่าเป็นเจ้าภาพในอุดมคติสำหรับการเจรจาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างยูเครน รัสเซีย และสหรัฐฯ ขณะที่ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย อ้างถึงข้อตกลงอิสตันบูลหลายครั้งว่าเป็นพื้นฐานที่เป็นไปได้สำหรับข้อตกลงสันติภาพในอนาคตกับยูเครน