นักศึกษาข้ามเพศ ถูกจับฐานใช้ห้องน้ำหญิง คาดเป็นกรณีแรกภายใต้กฎหมายห้องน้ำฟลอริดา ขณะที่เจ้าตัวประกาศ “จงใจฝ่าฝืนกฎหมาย”
มาร์ซี ไรน์เกน (Marcy Rheintgen) นักศึกษาข้ามเพศ ประกาศว่า “ฉันมาที่นี่เพื่อฝ่าฝืนกฎหมาย” ก่อนเข้าใช้ห้องน้ำหญิงที่อาคารรัฐสภารัฐฟลอริดา และถูกตำรวจควบคุมตัวออกไปพร้อมกุญแจมือ ทนายความด้านสิทธิพลเมืองระบุว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นกรณีแรกที่เกิดขึ้นภายใต้กฎหมายจำกัดการใช้ห้องน้ำของบุคคลข้ามเพศซึ่งผ่านการรับรองโดยสภานิติบัญญัติหลายรัฐทั่วสหรัฐฯ
ไรน์เกน ถูกตั้งข้อหาบุกรุกในระดับลหุโทษ ซึ่งอาจถูกลงโทษจำคุกสูงสุด 60 วัน โดยมีกำหนดขึ้นศาลในเดือน พ.ค.
ขณะนี้ อย่างน้อย 14 รัฐ ในสหรัฐฯ ได้ออกกฎหมายห้ามผู้หญิงข้ามเพศเข้าใช้ห้องน้ำหญิงในโรงเรียนของรัฐ และในบางกรณีรวมถึงอาคารรัฐบาลอื่นๆ โดยในจำนวนนี้ ฟลอริดาและยูทาห์ เป็นเพียง 2 รัฐ ที่กำหนดให้การฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวเป็นความผิดทางอาญา
ไรน์เกนเดินทางไปเยี่ยมตากับยายที่รัฐฟลอริดา ก่อนตัดสินใจเขียนจดหมายถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติ 160 คนของรัฐฟลอริดาเพื่อแจ้งให้ทราบถึงแผนการของเธอที่จะเข้าห้องน้ำสาธารณะซึ่งไม่สอดคล้องกับเพศกำเนิดของเธอ ชาวอิลลินอยส์รายนี้กล่าวว่า การกระทำที่ขัดต่อกฎหมายของเธอเกิดจากความโกรธที่ได้เห็นสถานที่ที่เธอรักและไปเยือนเป็นประจำกลับกลายเป็นพื้นที่ที่ไม่เป็นมิตรต่อบุคคลข้ามเพศ
ส.ส. เรเชล พลาคอน และ ส.ว. เอริน เกรลล์ จากพรรครีพับลิกัน ผู้สนับสนุนกฎหมายห้องน้ำในฟลอริดา ระบุว่า ข้อจำกัดดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อ ปกป้องผู้หญิงและเด็กหญิงในพื้นที่ที่ถูกออกแบบให้มีการแยกเพศอย่างชัดเจน
ด้าน นาดีน สมิธ ผู้อำนวยการบริหารของกลุ่มรณรงค์ LGBTQ+ Equality Florida ระบุว่า กฎหมายดังกล่าวสร้างสถานการณ์ที่อันตราย โดยเปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถตรวจสอบ กำหนด หรือควบคุมว่าใครควรหรือไม่ควรใช้ห้องน้ำสาธารณะ “การจับกุม มาร์ซี ไรน์เกน ไม่ใช่เรื่องของความปลอดภัย แต่มันคือความโหดร้าย การทำให้เสียศักดิ์ศรี และการบ่อนทำลายคุณค่าความเป็นมนุษย์อย่างจงใจ”
เธอย้ำว่าบุคคลข้ามเพศใช้ห้องน้ำตามอัตลักษณ์ทางเพศของตนมานานโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่การมีอยู่ของพวกเขา แต่เป็นกระแสกฎหมายที่มีเป้าหมายกดดันให้คนข้ามเพศต้องหลีกเลี่ยงพื้นที่สาธารณะ
ที่มา: Japan News