Newsการเมืองเปิด Timeline ขบวนการทวงคืนช้างไทย

เปิด Timeline ขบวนการทวงคืนช้างไทย

เปิด Timeline ขบวนการทวงคืนช้างไทย



ในปี 2523 รัฐบาลไทย ส่งพลายประตูผาไปเป็นทูตสันถวไมตรีไทย-ศรีลังกา เชือกแรก และศรีลังกาให้พลายประตูผารับหน้าที่สำคัญในพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นงานประจำปีของศรีลังกา ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 300 ปี

ต่อมาในปี 2544 รัฐบาลศรีลังกาได้ร้องขอลูกช้างเพิ่มเติมอีก 2 เชือก ซึ่งรัฐบาลไทยตอบรับและส่งพลายศรีณรงค์ และพลายศักดิ์สุรินทร์ ให้ศรีลังกาในปีนั้น เพื่อรับหน้าที่สำคัญเช่นเดียวกับพลายประตูผา

กระทั่งในเดือนมกราคม 2565 นายวราวุธ ศิลปะอาชา รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเวลานั้น สั่งการให้ทำหนังสือสอบถามไปยังกรมอุทยานแห่งชาติฯ เกี่ยวกับพลายศักดิ์สุรินทร์ ตามคำร้องเรียนจากองค์กร “Rally for Animal Rights & Environment” (RARE) ซึ่งเป็นองค์การด้านการพิทักษ์สิทธิสัตว์ในศรีลังกา ว่าพลายศักดิ์สุรินทร์ไม่ได้รับการดูแลที่ดีมากเพียงพอ และมีอาการป่วย

ในระหว่างนี้มีการเปิดเผยว่าควาญช้างผู้ดูแลพลายศักดิ์สุรินทร์ในช่วงแรกที่ถูกส่งไปยังศรีลังกานั้นเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว และควาญช้างคนใหม่ที่เข้ามาแทนที่ ไม่มีความรู้มากเพียงพอ จนทำให้พลายศักดิ์สุรินทร์มีอาการป่วยตามที่ปรากฎ

สิงหาคม 2565 กระทรวงทรัพยากรฯ ทำหนังสือไปยังรัฐบาลศรีลังกา ผ่านทางกระทรวงต่างประเทศ เพื่อร้องขอเข้าตรวจสอบอาการของพลายศักดิ์สุรินทร์ และได้รับการอนุมัติจากทางศรีลังกา และมีการส่งทีมสัตวแพทย์ไปตรวจสอบสุขภาพของพลายศักดิ์สุรินทร์ที่ศรีลังกา ในเดือนกันยายน 2565 ซึ่งพบว่าพลายศักดิ์สุรินทร์มีปัญหาด้านสุขภาพจริง เสนอให้พักการใช้งานพลายศักดิ์สุรินทร์ และนำกลับมารักษาตัวที่ประเทศไทย

พฤศจิกายน 2565 ในการประชุมร่วมกันระหว่างกระทรวงทรัพย์ฯ และกระทรวงต่างประเทศ มีการลงความเห็นว่า พลายศักดิ์สุรินทร์สมควรที่จะได้รับการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งทำให้ในเดือนนั้น มีการย้ายพลายศักดิ์สุรินทร์ มาดูแลในเบื้องต้นที่ “สวนสัตว์แห่งชาติศรีลังกา” หรือ “สวนสัตว์เดฮิวาลา” (Dehiwala) กรุงโคลัมโบ

กุมภาพันธ์ 2566 รัฐบาลศรีลังกา อนุมัติให้มีการส่งพลายศักดิ์สุรินทร์กลับมาเมืองไทย เพื่อทำการรักษาตัว พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณมายังรัฐบาลไทย สำหรับความช่วยเหลือ



กรกฎาคม 2566 หนูนา-กัญจนา ศิลปอาชา ที่ปรึกษาคณะทำงานยุทธศาสตร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น พร้อมด้วยทีมงาน เดินทางไปรับพลายศักดิ์สุรินทร์กลับมายังประเทศไทย ก่อนที่จะส่งตัวไปรักษาอาการบาดเจ็บต่อที่สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ จังหวัดลำปาง

ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยให้สถาบันคชบาลฯ นำส่งค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาให้กับสำนักพระราชวัง อีกทั้งยังทรงพระราชทานสิ่งของพระราชทานให้แก่ควาญช้างจากศรีลังกา ที่เดินทางมาพร้อมกับพลายศักดิ์สุรินทร์ด้วย

 

และในระหว่างที่ควาญช้างชาวศรีลังกาอยู่ที่เมืองไทย เขาได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญาในการเลี้ยงช้างของคนไทย เพื่อนำกลับไปถ่ายทอดให้แก่ชาวศรีลังกาอีกด้วย



อย่างไรก็ดี กระแส ทวงคืนช้างไทย เองก็เริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นปี 2565 พร้อม ๆ กับกระแสข่าวอันเนื่องมาจากรายงานของ RARE เกี่ยวกับพลายศักดิ์สุรินทร์ด้วยเช่นกัน และดำเนินการเรียกร้องให้มีการนำตัวพลายศักดิ์สุรินทร์กลับสู่ประเทศไทยอย่างถาวรเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้

 

และเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2566 ปัญชลี พนพิติยา นักเคลื่อนไหวด้านสวัสดิภาพสัตว์ชาวศรีลังกาและผู้ก่อตั้งมูลนิธิ RARE พร้อมด้วย เล็ก-แสงเดือน ชัยเลิศ ผู้อำนวยการปางช้าง Elephant Natural Park (ENP) ได้เดินทางเข้าพบ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลในเวลานั้น และนายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล เพื่อทำหนังสือเรียกร้องให้มีการย้ายพลายศักดิ์สุรินทร์ ไปอยู่ที่ปางช้าง ENP ของเล็กแสงเดือน



ซึ่งการจุดกระแสดังกล่าว ทำให้นายเนรัญชรา ไวเยรัตนา หัวหน้าฝ่ายฆราวาสวัดพระเขี้ยวแก้ว  และผู้นำพรรคฝ่ายค้านของศรีลังกาในขณะนั้น ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2566 ว่า หากทางการไทยจะนำตัวช้างทูตสันถวไมตรีกลับไป จะทำการฟ้องร้องเรียกค่าชดเชยจากรัฐบาลไทย อีกทั้งยังระบุด้วยว่า NGO ในศรีลังกา กำลังให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เพื่อเป็นข้ออ้างให้มีการนำช้างไทยกลับไป




วันที่ 2 ก.ย. 2566 มีการจัดตั้งแคมเปญผ่าน change.org รณรงค์ให้มีการทวงคืนช้างไทยในศรีลังกาทุกเชือกกลับคืนสู่ประเทศไทย โดยระบุว่าช้างทั้ง 3 ไม่ได้รับการดูแลอย่างดี ถูกใช้งานอย่างทารุณ ซึ่งนับตั้งแต่การเริ่มแคมเปญจนถึงวันนี้ มีผู้ลงชื่อสนับสนุนทั้งสิ้น 705 คน

 

วันที่ 1 ก.พ. 2567 กลุ่มทวงคืนช้างไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อกระทรวงทรัพย์ฯ เพื่อขอให้มีการนำตัวพลายประตูผา และพลายศรีณรงค์กลับสู่เมืองไทยด้วย





เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า