การโจมตีลูกเจ้าทำให้ ในหลวงทรงเสื่อมเสียไปด้วย ‘เทพมนตรี’ เตือนกลุ่มบุคคลที่พยายามโจมตีพระโอรสทั้ง 4 ถามผลิตซ้ำด่าทออยู่ทุกวัน ทำเพื่ออะไร?
เทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา โพสต์เฟซบุ๊ก กล่าวถึงการสถาปนาและเฉลิมพระนามสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร นั้น
ถือได้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระรัชทายาทโดยสันนิษฐานลำดับแรกของราชวงศ์จักรี ในราชสกุล ”มหิดล“ ตามลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ไทยในกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ ปีพระพุทธศักราช 2467 แล้ว ด้วยเหตุนี้ในเหล่าบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ไม่ว่าจะเป็นเจ้านายฝ่ายในหรือขัตติยะราชนารีก็มิได้มีพระอิสริยยศสูงกว่าหรือเสมอได้
ดังนั้นการที่มีการวิจารณ์ “ลูกเจ้า” พระองค์อื่นๆ จนเกินงามนั้นจึงถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เนื่องจากราชสกุลมหิดลนั้นถือเป็นแบบอย่างของความรักสามัคคีมาอย่างยาวนาน การบั่นทอนพระเกียรติยศหรือด้อยค่า หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ด้วยวิธีการสร้างผลกระทบไม่ทางตรงหรือโดยทางอ้อมถือเป็นการกระทำที่มิบังควรเลย
และการโจมตี “ลูกท่าน” ด้วยการอ้างว่า “เตือนภัย” นั้นจะทำให้สถาบันได้รับความเสื่อมเสีย สร้างผลกระทบต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
“เลือดขัตติยะ พระโอรสทั้ง 4 คน ที่แม้มิได้ทรงพระยศ ”หม่อมเจ้า“ แล้วก็ตาม แต่สายพระโลหิตอันเข้มยังคงหล่อเลี้ยงในกายอันเป็นความจริงเพียงหนึ่งเดียว” เทพมนตรีระบุ และโพสต์เพิ่มเติมกล่าวถึงกลุ่มบุคคลที่พยายามโจมตีพระโอรสทั้ง 4 ว่า
“ลูกท่านหลานเธอ
ลูกท่านหลานเธอทั้ง 5 ท่าน เป็นหม่อมเจ้าโดยกำเนิด หนึ่งในนั้นสถาปนาเป็นเจ้าฟ้าหญิง อีก 4 ท่าน สั่งห้ามใช้หม่อมเจ้า จะว่าไปแล้ว การวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องใดๆก็สามารถกระทำได้ แต่ต้องไม่ใช่ความสันนิษฐานหรือเกิดขึ้นจากขบวนการตั้งข้อสังเกต
การผลิตซ้ำด้วยการด่าทอ ตำหนิ โดยอ้างความจงรักภักดี ต้องถามจริงๆนะครับว่า ที่ทำกันอยู่ทุกวันเพื่ออะไร ดำรงความยุติธรรมกัน หรือทำกันเป็นขบวนการ ผมไม่เคยเห็นเหตุผลที่แท้จริง
ถ้าอ้างว่าจงรักภักดีกับพระเจ้าอยู่หัว ถ้ารักสถาบันจริงก็สมควรทำเรื่องราวเป็นทางการถวายฎีกาขึ้นไปตามขั้นตอน
การกระทำที่ด่าทอ ตำหนิ และเอาแต่คิดไปเอง ให้ลูกคู่ลูกชัก สนุกปากสนุกมือ มิใช่คนที่คอยเฝ้าถวายความจงรักภักดี เพราะอย่าลืมว่า ท่านทั้ง 4 ก็เป็นลูกท่านหลานเธอ มีเลือดขัตติยะบรมราชจักรีวงศ์หมุนเวียนในราชสกุล มหิดล
ผมจึงไม่เชื่อว่าด้วยวิธีการที่กระทำอยู่นี้จะมีผลดี อย่างที่ผมเคยนำเรียนให้ทราบว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงพระปรีชาสามารถ ทรงล่วงรู้ในสายพระเนตรพระกรรณอยู่แล้ว
ถามจริงๆเถอะ หรือพวกท่านทั้งหลายไม่เชื่อว่า พระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงทราบว่าพระโอรสทรงทำสิ่งใดกันมาบ้าง เลยต้องปล่อยให้พวกท่านต้องมาบอกต้องมาตำหนิ หรือบางคนออกมาสกัดกั้น
ถ้าไม่มีเหตุผลสำคัญก็แสดงว่าพวกท่านกำลังมีแผนการร้าย”