Newsการเมืองสุดย้อนแย้ง พฤติกรรมสองพ่อลูกตระกูลฮุน ‘สุริยะใส’ เผยฮุนเซน-ฮุนมาเนตจะขึ้นศาลโลกเมื่อได้เปรียบ หากเป็นกรณีที่ตนไม่ชอบ ก็จะไม่ยอมรับคำตัดสินศาลโลก | The Structure

สุดย้อนแย้ง พฤติกรรมสองพ่อลูกตระกูลฮุน ‘สุริยะใส’ เผยฮุนเซน-ฮุนมาเนตจะขึ้นศาลโลกเมื่อได้เปรียบ หากเป็นกรณีที่ตนไม่ชอบ ก็จะไม่ยอมรับคำตัดสินศาลโลก | The Structure

ผศ. ดร. สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต, และ ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย(สปท.) มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความเปิดเผยพฤติกรรมสุดย้อนแย้งของสองพ่อลูก ฮุน เซน – ฮุน มาเนต ผู้นำกัมพูชา ที่จะใช้อำนาจศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือศาลโลกก็ต่อเมื่อตนเองได้เปรียบ โดยมีข้อความว่า

 

“ฮุน เซน – ฮุน มาเนต กับพฤติกรรมย้อนแย้งในการใช้กฎหมายระหว่างประเทศ

 

สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ณ เวลานี้ กำลังกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง จากท่าทีของรัฐบาลกัมพูชาภายใต้การนำของ สมเด็จฮุน เซน ที่ประกาศว่าจะยื่นเรื่อง “ช่องบก” รวม 4 พื้นที่ของไทยเข้าสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)

 

โดยกล่าวอ้างว่าไทยละเมิดสิทธิของกัมพูชาในพื้นที่พิพาท ทั้งทีศาลโลกได้วินิจฉัยไปในปี พ.ศ. 2556 ว่าพื้นที่ดังกล่าวยังคงต้องพิจารณาผ่านกระบวนการเจรจาทวิภาคี และคำพิพากษาศาลโลกครั้งนั้นไม่ได้ยึดหลักสันปันน้ำตาม สนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศสแต่อย่างใด

 

การกระทำของฮุน เซนและฮุน มาเนต ในครั้งนี้ จึง มิใช่การเคารพหลักกฎหมายระหว่างประเทศอย่างแท้จริง หากแต่เป็นการใช้เวทีตุลาการระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อ “สร้างความชอบธรรมฝ่ายเดียว” และบิดเบือนต่อสายตาประชาคมโลกให้ไทยตกเป็นจำเลย ทั้งที่ความจริงคือพื้นที่พิพาทนั้นยังไม่มีการกำหนดเส้นเขตแดนอย่างเป็นทางการ

 

ฮุน เซน เป็นผู้นำที่มีประวัติ ใช้ประเด็นชาติพันธุ์และชายแดนเพื่อเป้าหมายทางการเมืองภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการอ้างภัยจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสร้างภาพของผู้นำที่ปกป้องเอกราช หรือการบิดเบือนคำพิพากษาศาลโลกปี 2556 ว่าเป็นชัยชนะเด็ดขาด ทั้งที่คำพิพากษาดังกล่าวระบุชัดว่าเป็นเพียงการตีความเขต “ตัวปราสาท” เท่านั้น ไม่ได้ตัดสินพื้นที่รอบนอกที่ยังเป็นพื้นที่พิพาท

 

และที่ย้อนแย้งยิ่งกว่านั้นคือ ในปี พ.ศ. 2559 เมื่อศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (PCA) มีคำตัดสินให้จีน “ไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมาย” ในทะเลจีนใต้ กัมพูชากลับแสดงท่าทีเข้าข้างจีน และ “ไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลโลกในกรณีนั้น” ทั้งที่ศาลเดียวกันนี้เองที่กัมพูชาอ้างอิงเพื่อฟ้องร้องประเทศไทยในกรณีพระวิหาร

 

พฤติกรรมเช่นนี้เรียกว่า “เลือกใช้ศาลโลกเฉพาะเวลาที่ตนได้ประโยชน์” ซึ่งสะท้อนว่า รัฐบาลกัมพูชาภายใต้ฮุน เซน และฮุน มาเนต ไม่ได้ยึดมั่นในหลักนิติธรรมสากลอย่างจริงใจ หากแต่ใช้เวทีตุลาการระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือทางการทูตและการเมืองเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบฝ่ายเดียว

 

ประเทศไทยควรแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ไม่ยอมให้การใช้ศาลโลกเป็นเครื่องมือทางการเมืองฝ่ายเดียวมาบิดเบือนอธิปไตยของชาติ  พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกเจรจาทวิภาคี (JBC) และหลักสันติวิธีอันเป็นที่ยอมรับในประชาคมระหว่างประเทศ

 

อธิปไตยของชาติจึงไม่ควรถูกตัดสินบนเวทีที่อีกฝ่ายใช้แบบเลือกได้ เลือกเอา เลือกทิ้ง และศาลโลกไม่ควรถูกลดสถานะให้กลายเป็นเพียงเวทีการทูตที่ผู้นำบางประเทศหยิบใช้เพื่อตนเองแล้วทิ้งเมื่อไม่เกิดผลประโยชน์…”

 

 

#TheStructure

#TheStructureNews

#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #ชายแดนไทยกัมพูชา

#สุริยะใสกตะศิลา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า