กลาโหมโต้ สื่อทางการเมียนมาร์ ยืนยันไทยให้ความสำคัญกับการปราบปราม กลุ่มอาชญากรข้ามพรมแดน
สืบเนื่องจากกรณีที่สำนักข่าว The Global New Light of Myanmar ซึ่งเป็นสื่อที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลเมียนมา เผยแพร่บทความเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา โดยกล่าวถึงปัญหากลุ่มอาชญากรออนไลน์ตามแนวชายแดนเมียนมาร์
โดยมีเนื้อหาบางส่วนกล่าวถึงกลุ่มอาชญากรข้ามชาติในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยง ซึ่งอยู่ติดกับประเทศไทย และอยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลเมียนมา ทำให้กลายเป็นช่องโหว่ให้กลุ่มอาชญากรเหล่านี้เติบโตได้ดี พร้อมทั้งยืนยันว่ากลุ่มอาชญากรเหล่านี้ ไม่ใช่ชาวเมียนมา แต่เป็นกลุ่มชาวต่างชาติผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
และการที่กลุ่มอาชญากรเหล่านี้เติบโตขึ้นได้นั้น ต้องมีไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต อาวุธและเครื่องกระสุน ไปจนถึงอาคารที่ทำการ ซึ่งต้องผ่านการเข้าถึงจากประเทศอื่น โดยไม่ได้มีการระบุว่าเป็นเพื่อนบ้านประเทศใด แต่เนื้อหาทำให้หลายฝ่ายคาดว่าน่าจะหมายถึงประเทศไทย
วันนี้ (23 ม.ค. 2568) พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาตอบโต้ข่าวดังกล่าวว่าประเทศไทย ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่มีความอ่อนไหว
กระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งรวมไปถึงเมียนมา ในการสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมและการกระทำผิดกฎหมายมาโดยตลอด
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2568 เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพบกไทย กับกองทัพเมียนมา ได้หารือร่วมกันอย่างใกล้ชิดในการแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของทั้งสองประเทศ อาทิ การพนันผิดกฎหมาย การหลอกลวงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการประมงผิดกฎหมาย
(สำนักข่าว The Global New Light of Myanmar ลงข่าวนี้ในวันที่ 22 ม.ค. 2568 ด้วยเช่นกัน)
และยืนยันว่า ไทยไม่มีนโยบายสนับสนุนหรือเพิกเฉยต่อการกระทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะเกิดจากบุคคลใดหรือองค์กรใด หากพบมีต้นทางมาจากประเทศไทย พร้อมที่จะดำเนินการสอบสวน และประสานงานกับเมียนมา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดและจริงจัง
โดยเฉพาะการลักลอบผ่านเข้า-ออกชายแดนโดยไม่ได้รับอนุญาต การขนส่งสิ่งของผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ รวมถึงความขัดแย้งระหว่างกองกำลังชนกลุ่มน้อย ที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน
อีกทั้งยังมีความร่วมมือกับเมียนมา ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ตามแนวชายแดนมาโดยตลอด ซึ่งประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องมีหลากหลายมิติ เช่น การลักลอบผ่านเข้า-ออกชายแดนโดยไม่ได้รับอนุญาต การขนส่งสิ่งของผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ รวมถึงความขัดแย้งระหว่างกองกำลังชนกลุ่มน้อยที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน
เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อการขยายตัวของปัญหา และหลีกเลี่ยงการสร้างผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ในวงกว้าง ทั้งในด้านความมั่นคง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน