Newsความมั่นคงตากใบ! จะได้รับ ความยุติธรรมจริงหรือ ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ ชี้ไทยไม่มี ‘ศาลพิเศษด้านความมั่นคง’ เพื่อพิจารณาคดีที่มีความซับซ้อนเช่นนี้

ตากใบ! จะได้รับ ความยุติธรรมจริงหรือ ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ ชี้ไทยไม่มี ‘ศาลพิเศษด้านความมั่นคง’ เพื่อพิจารณาคดีที่มีความซับซ้อนเช่นนี้

 

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง โพสต์เฟซบุ๊ก กล่าวถึงคดีตากใบ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากกรณีตากใบ เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2547 ซึ่งมีผู้ชุมนุมชาวมุสลิมมาชุมนุมที่หน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอตากใบ แสดงความไม่เห็นด้วยกับการจับกุมผู้ต้องสงสัย 6 รายที่ถูกกล่าวหาว่ามอบอาวุธให้กับผู้ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้

 

เหตุการณ์นี้ เจ้าหน้าที่ได้มีการจับกุมผู้ชุมนุมประมาณ 1,300 คน แต่ด้วยความไม่พร้อม และความไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ ในการเคลื่อนย้ายผู้ถูกจับกุม ที่ถูกนำขึ้นรถบรรทุกที่มีความแออัด จนทำให้มีผู้เสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจ ทั้งนี้มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ในครั้งนี้ทั้งสิ้น 85 คน

 

รศ.ดร.ปณิธานระบุว่า ผู้เสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะไม่ได้รับความยุติธรรม เนื่องจากประเทศไทย ยังไม่มีศาลพิเศษด้านความมั่นคงโดยเฉพาะเพื่อพิจารณาคดีที่มีความซับซ้อนเช่นนี้ โดยมีข้อความว่า

 

ตากใบ! คิดว่าจะได้รับความยุติธรรมจริงหรือ

ช่วงนี้มีข่าวว่าไม่พบตัวจำเลยทั้ง 7 คนในคดีตากใบที่ศาลออกหมายจับ คดีนี้จะขาดอายุความในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ แต่หลายคนคิดว่าถึงจะจับจำเลยดำเนินคดีได้ก่อนขาดอายุความ ก็ไม่แน่ใจว่าที่สุดแล้วผลของคดีจะออกมาเป็นอย่างไร  ครอบครัวผู้ที่สูญเสียจะได้รับความยุติธรรมที่แสวงหาหรือไม่ เหตุเพราะ:

1) จำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่จนกว่าคดีจะสิ้นสุดในทุกขั้นตอน ซึ่งก็คงอีกนานหลายปี ครอบครัวผู้สูญเสียรอมานานเกือบยี่สิบปี หลายคนวันนี้ก็ไม่อยู่แล้ว อีกหลายคนก็คงจะไม่ได้อยู่เห็นความยุติธรรมในวันหน้า

2) การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะกับฝ่ายความมั่นคงมีความยุ่งยากซับซ้อนหลายประการ เหตุเพราะมีกฏหมายหลายฉบับที่คุ้มครองเจ้าหน้าที่เหล่านั้นในขณะที่เกิดเหตุอยู่ เช่น กฎอัยการศึก พ.ร.ก. ฉุกเฉินร้ายแรง พ.ร.บ. ความมั่นคงและกฏหมายอื่น ๆ

รวมทั้งยังมีวัฒนธรรมในหน่วยงานความมั่นคงบางประการที่ส่งผลให้คดีนี้ล่าช้า จำเลยบางคนในขณะนี้ก็ยังมีตำแหน่งสำคัญและมีสิทธิได้รับการคุ้มครองหรือมีเอกสิทธิ์ที่จะไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีกด้วย

ในที่สุดประชาชนและครอบครัวผู้สูญเสียจึงต้องรวมตัวกันเองเกือบ 50 คนยื่นฟ้องต่อศาลในวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ทั้งนี้โดยมีภาคประชาสังคม ฝ่ายการเมืองบางส่วน รวมทั้งต่างชาติบางประเทศให้การสนับสนุน

3) หากคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้จริง ศาลก็จะมีข้อจำกัดในการพิจารณาคดีเนื่องจากกฏหมายพิเศษหลายฉบับดังกล่าว ที่สำคัญเราไม่มีศาลพิเศษด้านความมั่นคงโดยเฉพาะเพื่อพิจารณาคดีที่ซับซ้อนเช่นนี้ (ไม่เหมือนศาลปกครองหรือศาล”เฉพาะทาง” อื่น ๆ) ดังนั้น ผู้เสียหายและครอบครัวอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือความยุติธรรมอย่างเต็มที่และแท้จริงตามที่ต้องการ

ในฐานะที่เคยเป็นกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักรเมื่อปี 2550 ก็ได้ร่วมผลักดันให้มีการตั้งข้อสังเกตแนบไว้ในท้ายร่าง พรบ.ความมั่นคงฯ ว่าควรจะได้มีการพิจารณาเรื่องการมีศาลพิเศษที่มีความชำนาญเฉพาะด้านความมั่นคงในอนาคต

ผ่านไปแล้วเกือบ 20 ปี ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้ และในหมายเหตุของ พรบ. ความมั่นคงฯ ฉบับปัจจุบัน ก็ไม่ได้มีข้อสังเกตดังกล่าวแล้ว (แต่มีการอธิบายไม่เป็นทางการว่ากระบวนการดำเนินคดีความมั่นคงนั้นดีขึ้นมากในปัจจุบันและศาลก็มีความชำนาญมากขึ้นด้วย)

4) หลังเกิดเหตุการณ์ตากใบ มีการแต่งตั้ง “กรรมการอิสระสอบข้อเท็จจริงกรณีมีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์อำเภอตากใบ” เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2547 เพื่อสรุปข้อเท็จจริงโดยพิจารณาจากประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์รวมแล้ว 11 ประเด็น

แต่หากครอบครัวผู้สูญเสียต้องการแสวงหาความยุติธรรมอย่างแท้จริง ก็อาจจะไม่ได้มาจากข้อสรุปทั้งหมด ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ:

4.1 ส่วนแรก มีหลายประเด็นที่คณะกรรมการฯ เห็นว่าการชุมนุมในวันนั้น มีการวางแผน มีการจัดตั้ง มีความจงใจให้ยืดเยื้อ และมีการยั่วยุเจ้าหน้าที่ โดยผู้ชุมนุมบางส่วนได้พกพาอาวุธเข้ามาด้วยแม้ว่าจะมีจำนวนไม่มากนัก 

 

จึงทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสกัดกั้นและสลายการชุมนุมโดยใช้อำนาจตามประกาศกฏอัยการศึก ทำให้ผู้ชุมนุมเสียชีวิต 7 คน เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 14 นาย แต่ทั้งหมดก็เป็นไปตามเหตุผลและความจำเป็นของสถานการณ์

รวมทั้งสถานที่ควบคุมตัวของผู้ชุมนุม ซึ่งต้องเดินทางจากสภอ. ตากใบ จังหวัดนราธิวาส ไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี เป็นระยะทางประมาณ 150 กม.และใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชม. (ประมาณทุ่มครึ่งถึง 01.00 น.) นั้นก็เหมาะสมแล้วภายใต้วิสัย ตามเหตุการณ์ และตามสภาพของสถานที่

กล่าวคือในส่วนนี้ เจ้าหน้าที่น่าจะได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายพิเศษหลายฉบับ และที่สำคัญคือ หากจะมีความพยายามในการดำเนินการเอาผิดทางกฏหมายต่อผู้มีอำนาจรับผิดชอบหรือต่อผู้ที่สั่งการ ที่สูงกว่าจำเลยทั้ง 7 คนดังที่บางฝ่ายต้องการนั้น ก็คงจะเป็นไปได้ยาก

4.2 แต่ในส่วนที่สอง มีหลายประเด็นที่คณะกรรมการฯ สรุปว่า การควบคุมผู้ชุมนุมทั้ง 1,370 คน (แทนที่จะควบคุมเฉพาะแกนนำ 30-40 คนอย่างที่ตั้งใจไว้) เป็นไปด้วยความสับสนและฉุกละหุก

การเคลื่อนย้ายผู้ถูควบคุมตัว ทั้งวิธีการ จำนวนผู้ถูกควบคุมในรถแต่ละคัน (ประมาณมากกว่า 50 คน/คัน) ที่เกิดการซ้อนทับในรถบางคัน นั้น ถือว่าผู้บังคับบัญชาขาดการใช้วิจารณญาณเป็นอย่างมาก ละเลยไม่ดูแลการปฏิบัติและผู้ปฏิบัติเองก็ขาดประสบการณ์ด้วย

ที่สำคัญคือ ผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ในวันนั้น มีความบกพร่อง เพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เพื่อควบคุมดูแลการปฏิบัติให้ลุล่วง แต่ได้ออกจากพื้นที่ไปพบนายกรัฐมนตรีที่อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาสโดยไม่มีเหตุผลและความจำเป็น และผู้ที่ควบคุมการปฏิบัติเมื่อทราบว่าในรถบรรทุกมีคนเสียชีวิตแล้ว ก็บกพร่องต่อหน้าที่ เพราะไม่ได้ดำเนินการเพื่อบรรเทาความเสียหายทันที

และสุดท้าย ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในการประกาศกฏอัยการศึกในพื้นที่ครั้งนั้น ก็บกพร่องและขาดความรับผิดชอบ เหตุเพราะเมื่อให้มีการปฏิบัติแล้ว ก็ไม่ได้ติดตาม ควบคุม สอดส่องดูแลหรือดำเนินการใด ๆ เพื่อแก้ปัญหา รวมทั้งเมื่อทราบว่ามีผู้เสียชีวิตที่ค่ายอิงคยุทธแล้วประมาณ 70 คน

ในข้อสรุปของคณะกรรมการฯ ในส่วนนี้ ทำให้ครอบครัวผู้สูญเสียยังคงมีความหวังว่าจะสามารถจะดำเนินการทางกฏหมายเอาผิดต่อผู้ที่รับผิดชอบดังกล่าวเพื่อแสวงหาความยุติธรรมจากในระบบได้บ้าง

  1. สรุป คดีตากใบถือว่าเป็นคดีตัวอย่างหรือคดีสำคัญ (landmark case) อีกคดีหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมไทยและของประเทศไทย ไม่ว่าผลที่สุดของคดีนี้จะออกมาอย่างไร ก็จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความสงบสุขในพื้นที่จชต.โดยตรง ต่อความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อรัฐ ต่อการอำนวยความยุติธรรมของไทย และต่อความมั่นคงของประเทศโดยรวม ทั้งในระดับประเทศและในระดับนานาชาติอย่างลึกซึ้งอีกนานเท่านาน

สุดท้ายแล้ว ทุกคนที่มีสามัญสำนึกก็จะทราบดีว่า ถึงแม้ครอบครัวผู้สูญเสียอาจจะประสบความสำเร็จในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในวันนั้น หรือต่อผู้ที่สั่งการหรือผู้ที่มีอำนาจที่ต้องรับผิดชอบทางการเมืองหลังจากนั้นก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครสามารถหมุนนาฬิกาย้อนเวลานำเอาผู้ที่เสียชีวิตกลับคืนมาได้ อีกทั้งไม่มีการเยียวยาใดๆ ที่จะทดแทนความสูญเสียหรือความเสียหายต่าง ๆ ที่มีต่อบ้านเมืองและต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้

ดังนั้นในกรณีเช่นนี้ ความยุติธรรมที่แท้จริงอาจจะไม่มีอยู่จริง ทั้งนี้ พูดจากประสบการณ์ชีวิตจริงของคนในครอบครัวจชต.ที่ต้องสูญเสียจากความรุนแรงในพื้นที่มาแล้วหลายครั้ง





เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า