“เขาต้องให้เกียรติประเทศเรา ถ้าเขาจะไปญี่ปุ่น เขาก็จะให้เกียรติคนญี่ปุ่น ประเทศไทยก็ไม่ได้ต่างกัน เราก็เป็นคนเหมือนกัน”
ภายหลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพ ทราย สก๊อต-สิรณัฐ สก๊อต อดีตปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โต้เถียงกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติออกไปนั้น
ทราย สก็อตอธิบายถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า สถานที่เกิดเหตุนั้นเป็นพื้นที่ปิดเพื่อการฟื้นฟูแนวปะการัง ห้ามจอดเรือ และห้ามเล่นน้ำในบริเวณนั้น แต่บริษัททัวร์กลับฝ่าฝืน นำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปในพื้นที่ตรงนั้น โดยไม่สนใจคำเตือนของเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่บางส่วนไม่เข้มงวดในการบังคับใช้กฎระเบียบ
แต่เรือนำเที่ยวนั้นกลับจอดเสีย ทรายและเจ้าหน้าที่จึงเข้าไปดูว่าจะให้ความช่วยเหลืออะไรได้บ้าง แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับหันไปพูดกับแฟนของเขาว่า “หนีห่าว (สวัสดีในภาษาจีน)” แล้วก็หัวเราะกัน ทำให้ทรายรู้สึกว่าการกระทำเช่นนั้นนั้น เป็นการไม่ให้เกียรติคนไทยเลย
“คือเรารู้สึกว่าคุณอาจจะทำแบบนี้ในประเทศคุณได้ แต่นี่คือประเทศไทย นี่คือบ้านผม คุณไม่สามารถทำแบบนี้ได้เลย ผมก็สะสมจากประสบการณ์ที่ผมเรียนรู้มาก็เลยใช้โอกาสเนี้ยสั่งสอนเขา
เราก็ถ่ายให้เป็นตัวอย่างเผื่อคนไทยคนอื่น จะได้กำลังใจว่าถ้าเกิดเจอเหตุการณ์แบบนี้ คุณสามารถจัดการแบบนี้ได้ ก็คือบอกเขาเลยว่า ผมก็บอกเขาหนึ่ง สิ่งที่คุณทำ มันไม่ให้เกียรติประเทศเรา แล้วคุณไม่ให้เกียรติในฐานะที่คุณมาเป็นนักท่องเที่ยวเลย มีมารยาทหน่อย
หลังจากที่เขา จากที่ผมพูดแบบนั้น เขาก็แบบไม่ค่อยตอบสนอง ไม่ได้บอกขอโทษ เขาอ้างว่าเขาไม่รู้ว่าคำว่าหนีห่าวหมายความว่าอะไร งั้นคุณพูดทำไม?” ทรายกล่าว
“ด้วยนิสัยแบบนี้ ที่คุณพูดแบบนี้กับพวกเรา คุณไม่สามารถเที่ยวทรัพยากรประเทศไทยได้ ถ้าเกิดคุณไม่มองถึงหัวคนไทย คนไทยคือส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวประเทศ เราเป็นผู้รักษาบ้าน คุณไม่สามารถมาเที่ยวได้โดย โดยไม่ให้เกียรติเรา
แต่ผมก็รู้สึกว่าหลายๆ คนที่เป็นประเทศคนผิวขาวผมก็พูดได้เพราะผมเองก็เป็นคนผิวขาว (ทรายเป็นลูกครึ่งไทย-สก็อตแลนด์) แต่คือ เขาจะไม่ค่อยได้รับการตอบสนองแบบนี้ คือถ้าเกิดเขาไปเที่ยวจุดอื่นๆ ของไทย
คนไทยด้วยนิสัยเกรงใจ ถ้าเกิดเขาพูดอะไรกับเรา เราก็จะแบบไม่มองใช่ไหม เราก็จะไม่ไปตอบอะไร แต่ผมรู้สึกว่า ไม่! เขาต้องให้เกียรติประเทศเราเหมือน ถ้าเขาจะไปญี่ปุ่น เขาก็จะให้เกียรติคนญี่ปุ่น ประเทศไทยก็ไม่ได้ต่าง (กัน) เราก็เป็นคนเหมือนกัน
ผมสั่งสอนเขา แล้วก็ส่งเขากลับบ้าน ถ้าเกิดมีใครมาไม่ให้เกียรติกับคุณ คุณอยากให้ผมยอมให้เขาทำ แล้วก็เที่ยวต่อ นั่นเหรอ? แล้วเขาจะเรียนรู้เรื่องอะไร เขาก็จะเอาไปทำต่อ
แต่วันนั้นน่ะ เขาได้เรียนรู้ว่า คนเอเชียไม่ยอมเรื่องแบบนี้ ซึ่งมันอาจจะลดสิ่งที่เขาทำต่อก็ได้ เขาอาจจะกลัวว่า ถ้าเกิดเขากลับไปโรงแรมแล้วเขาพูดแบบนี้ เขาจะโดนคนว่า ก็แล้วแต่
ถ้าเกิดอยากคิดว่าผมทำหนักเกินไป ก็แล้วแต่ความสบายใจ ของคนที่คิดแบบนั้นครับ” ทรายกล่าว
สำหรับสิ่งที่ทรายพูดกับนักท่องเที่ยวในวันนั้น ทรายคิดว่านักท่องเที่ยวเองก็ตกใจ และกล่าวว่าเขาไม่ได้เหยียดผิว แต่ทรายกล่าวกับเขาเป็นภาษาอังกฤษว่า
“ผมรู้สึกว่าถ้าคุณมาประเทศไทย คุณต้องมีความเคารพ มันคือประเทศที่มีทรัพยากรที่สวยงาม และมันควรได้รับความเคารพแบบเดียวกับที่คุณให้กับประเทศอื่นๆ ที่เข้มงวดกว่า
ผมรู้สึกว่าบางครั้งเมื่อนักท่องเที่ยวมาประเทศไทย พวกเขารู้สึกว่าถ้าคุณจ่ายเงิน คุณสามารถทำอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ ซึ่งไม่ใช่ตัวแทนที่ดีของคนไทยจริงๆ คนไทยเป็นคนที่ดีมาก และบางครั้งพวกเขาไม่พูดหรือพูดในสิ่งที่ผิด เพราะพวกเขารู้สึกเกรงใจ
แต่นั่นไม่ได้ช่วยในการรักษากฎที่เข้มงวดและพฤติกรรมนักท่องเที่ยว นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงทำในสิ่งที่ผมทำ เพราะผมมาที่นี่เพื่อเตือนผู้คนว่าคุณไม่สามารถเดินไปทั่วปะการังได้
คุณต้องมีความใส่ใจและเคารพ คุณไม่สามารถฝ่าฝืนกฎได้เพียงเพราะคุณคิดว่าคุณอยู่ในช่วงวันหยุด ดังนั้นผมจึงพยายามปกป้องสิ่งแวดล้อมและปกป้องศักดิ์ศรีของคนไทย”
สำหรับกับกรมอุทยานฯนั้น ทรายกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ในกรมหลายคนเป็นคนที่น่ารัก แต่มีระดับหัวหน้า “บีบผมออกมาตั้งสักพักนึงแล้ว เพราะว่าผมทำคลิปที่เผยแพร่เรื่องราวที่เขาอาจจะไม่อยากให้คนรู้”