ตลาดหุ้นไทยดิ่งต่อเนื่องนักวิเคราะห์ชี้ ไม่แก้ ม. 112 ลดความตึงเครียดนักลงทุนรอดูทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ Fund Flow ยังไหลออก กดดันตลาดหุ้นไทย
ตลาดหุ้นไทยวันนี้ เปิดตลาดดัชนีปรับตัวลดลง 16.21 จุด (-1.07%) อยู่ที่ระดับ 1,498.68 จุด หลุดระดับ 1,500 จุดโดยมูลค่าการซื้อขาย 2,773.64 ล้านบาท ดัชนีระดับต่ำสุดที่ 1,498.17 จุด และระดับสูงสุดที่ 1,506.15 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส วิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยต้นสัปดาห์นี้ยังมีแรงหน่วง มีแนวรับที่ 1,507 จุด และแนวต้าน 1,530 จุด
ภาพใหญ่ๆ ของตลาดหุ้นไทย ดูเหมือนยังมีแรงหน่วงจากปัจจัยแวดล้อมทางพื้นฐาน ขณะที่ Fund Flow ยังไหลออก คาดกดดันให้ SET Index ผันผวน แนวรับ 1507 จุด แนวต้าน 1530 จุด Top Pick เลือก BEM, MAJOR และ TTCL
ประเด็นที่ต้องจับตามองคือ MOU ของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ แต่เมื่อพิจารณาจาก 13 ข้อ MOU ที่ถูกเผยแพร่ พบว่าไม่มีประเด็นอ่อนไหวอย่างการแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งอาจเป็นชนวนให้พรรคร่วมรัฐบาลอื่น ๆ ไม่เข้าร่วมได้ ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดพรรคร่วมรัฐบาลที่มีเสียงน้อยกว่า 300 เสียงในสภา
อย่างไรก็ดี ยังต้องรอความชัดเจนจากการประชุมสภา ฯ เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นช่วงกลางเดือนกรกฎาคม
ยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะต้องติดตาม โดยเฉพาะแนวทางในการดำเนิน นโยบายที่มีผลต่อตลาดหุ้น อาทิ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ, การเก็บภาษีซื้อขายหุ้น, การเก็บภาษีทรัพย์สินที่สูงกว่า 300 ล้านบาท, การควบคุมธุรกิจนายทุนผูกขาด, การลดค่าไฟฟ้า
ปัจจัยภายนอก เป็นผลมาจากความไม่คืบหน้าของการเจรจาขยายเพดานหนี้สหรัฐ สร้างปัจจัยความไม่แน่นอน ส่งแรงกดดันมายังตลาดหุ้นไทย FED ปรับอัตราดอกเบี้ยจากขาขึ้นเป็นทรงตัว สร้างแรงตึงตัวในภาคการธนาคาร
สำหรับปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อตลาดทุน ปัจจัยหลักมาจากการหนุนยูเครนสู้รัสเซียอย่างเต็มกำลังของ G7 และการประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่ และการดำเนินการเพื่อปกป้องความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีจากจีน ซึ่ง G7 พยายามเลี่ยงการจำกัดการค้าและการลงทุนไม่ให้มากเกินควร