ระเบิดต้อนรับ เวิร์คชอปภาครัฐ-BRN เกิดเหตุวางระเบิดชุด รปภ.ครู เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ขณะที่คณะพูดคุยสันติสุขดำเนินการในมาเลเซีย
คนร้ายวางระเบิดโจมตีเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน (อส.) ซึ่งอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองครู ที อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ต้อนรับการประชุมเวิร์คชอประหว่างภาครัฐของไทย กับฝ่ายบีอาร์เอ็น ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะเป็นการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อการลดความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะเป็นการกรุยทางไปสู่สันติภาพ
เกิดเหตุคนร้ายโจมตีเจ้าหน้าที่ อส. ชุดคุ้มครองตำบลจวบ ที่ถนนสายเจาะไอร้อง – ยานิง ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ในช่วงเช้าของวันที่ 20 พ.ค. 2567 ด้วยการวางระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ ก่อนที่จะมีการยิงตอบโต้ระหว่างกัน ซึ่งในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ อส. ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเจาะไอร้องแล้ว
ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า ช่วงเวลาที่คนร้ายเข้าทำการโจมตีนั้น เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับการประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือ เวิร์คชอป ครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่างฝ่ายเทคนิคของคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะตัวแทนรัฐบาลไทย กับฝ่ายเทคนิคของขบวนการบีอาร์เอ็น ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
เพื่อกำหนดกรอบการทำงานร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่าย ในการลดสถานการณ์ความรุนแรง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยคาดหวังให้ปีกทหารของบีอาร์เอ็นยอมรับแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในองค์กร
การประชุมครั้งนี้ ถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 -21 พ.ค. ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยทางฝ่ายไทยมี พล.ท.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ แม่ทัพน้อยที่ 4 และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นหัวหน้าฝ่ายเทคนิคของคณะพูดคุยเพื่อสันติสุข
เพื่อการผลักดันให้เกิดการลดสถานการณ์ความรุนแรง ซึ่งจะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญไปสู่การลงนามในข้อตกลงสันติสุข และจะมีการหารือในภาพกว้างถึงแนวทางที่จะดำเนินการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบในหลักการลดความรุนแรง หารือสาธารณะ เปิดเวทีพูดคุย ในเรื่องรูปแบบการกระจายอำนาจหาทางออกจากความขัดแย้งและโอกาสความเป็นไปได้ในเรื่องการลงนามใน “แผนปฏิบัติการร่วมเพื่อสร้างสันติสุขแบบองค์รวม (JOINT COMPREHENSIVE PLAN TOWARDS PEACE: JCPP)
พล.ท.ปราโมทย์ แสดงคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ และสามารถทำให้การขับเคลื่อนสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นได้จริงตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน และความคาดหวังของประชาชนทั้งในและนอกจังหวัดชายแดนภาคใต้