เกษตรกรเฮ นบข. เคาะช่วยไร่ละ 1,000 บาท คณะกรรมการนโยบายข้าวฯ เคาะช่วยเหลือเกษตรกรข้าวนาปรัง 2568 และข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69
คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) มีมติเห็นชอบกรอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง ปี 2568 และข้าวนาปี ปี 2568/69 โดยจ่ายเงินสนับสนุนไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ ผ่านบัญชีเกษตรกรโดยตรง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม
นบข. มอบหมายให้กรมการข้าวและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เร่งดำเนินการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโดยเร็ว โดยข้าวนาปรังจะใช้งบประมาณ 7,200 ล้านบาท ครอบคลุมเกษตรกร 850,000 ครัวเรือน ส่วนข้าวนาปีใช้งบประมาณ 36,000 ล้านบาท ครอบคลุมประมาณ 4 ล้านครัวเรือน
ที่ประชุมยังรับทราบสถานการณ์ข้าวโลก โดยคาดว่าราคาข้าวในปี 2568/69 จะถูกกดดันจากสต็อกข้าวอินเดียที่เพิ่มขึ้น การระงับนำเข้าข้าวของฟิลิปปินส์ และการชะลอนำเข้าข้าวของอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวก เช่น ผลผลิตข้าวในเวียดนามและฟิลิปปินส์ที่ได้รับผลกระทบจากพายุวิภา และการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 5% สำหรับข้าวส่งออกของเวียดนามตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาข้าวในตลาดโลก
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบการจัดสรรโควตาการส่งออกข้าวอินทรีย์ไปยังสหภาพยุโรป ภายใต้โครงการเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์และข้าว GAP ครบวงจร ปี 2569–2571 โดยกรมการค้าต่างประเทศจะจัดสรรโควตาปริมาณ 1,700 ตันต่อปี เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทย
ที่ประชุมยังหารือแนวทางปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้เหมาะสมกับพื้นที่และตรงกับความต้องการตลาดต่างประเทศ พร้อมตั้งคณะทำงานจากหน่วยงานด้านการผลิตและการตลาด เพื่อพิจารณาพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร โดยจะรายงานผลต่อ นบข. ในครั้งต่อไป
นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวขอบคุณ นบข. ที่มีมติช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ซึ่งถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนจากราคาข้าวตกต่ำที่อยู่ในช่วง 5,500–6,000 บาทต่อตัน ขณะที่ต้นทุนการผลิตสูงถึง 6,500–7,000 บาทต่อตัน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มาตรการนี้จะเป็นรอบสุดท้ายของการแจกเงินช่วยเหลือ โดยมีเงื่อนไขไม่สนับสนุนการปลูกพันธุ์ข้าวที่ไม่มีคุณภาพ พร้อมผลักดันให้ลดพื้นที่ปลูกในพื้นที่ไม่เหมาะสม และส่งเสริมการปลูกข้าวที่มีมูลค่าสูง เช่น ข้าวหอมมะลิและข้าวอินทรีย์ โดยในระยะยาวจะลดพื้นที่ปลูกข้าวจากกว่า 75 ล้านไร่ เหลือ 60 ล้านไร่ภายใน 7–10 ปี เพื่อสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน ลดการพึ่งพาการอุดหนุน และเสริมความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรไทย
#TheStructure
#TheStructureNews
#กระทรวงพาณิชย์ #กระทรวงการคลัง